Monday, November 30, 2015

หวาดเสียว ! มีทติ้งนอนแกว่งเปลที่ความสูง 50 เมตรเหนือเทือกเขาแอลป์




          กลุ่มผู้รักความผาดโผนจากกิจกรรมเดินไต่เชือกกลางอากาศผุดงานมีทติ้งประจำปี พร้อมเพิ่มความหวาดเสียวคูณสองด้วยการผูกเปลไว้กับสายสลิงแล้วนอนรับลมกลางเทือกเขาแอลป์ สูงเหนือระดับพื้นดินเบื้องล่างถึง 50 เมตร

          ในขณะที่ชีวิตของเราดำเนินไปอย่างเรียบง่ายในแต่ละวัน ยังมีคนอีกมากมายบนโลกใบนี้ที่ใช้ชีวิตแบบสุดเหวี่ยงแบบไม่กลัวตาย อย่างกลุ่มคนรักความสูงจากการเดินไต่เชือกผาดโผนกลางอากาศกลุ่มนี้ ที่ได้จัดงานมีทติ้งพบปะสังสรรค์ในหมู่คนรักความหวาดเสียว ชื่อ Highline Meeting ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปี ปีละครั้ง ชวนทึ่งจนเว็บไซต์เดลี่เมล นำเสนอเรื่องราวเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2558


           ในปีนี้ถือเป็นปีที่ 3 แล้วของการจัดกิจกรรมดังกล่าว พวกเขาได้พบปะสังสรรค์กันบนภูเขา Monte Piana หนึ่งในภูเขาของเทือกเขาแอลป์ ประเทศอิตาลี โดยเหตุผลที่เลือกสถานที่แห่งนี้ เป็นเพราะความมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่ง ซึ่งในอดีตสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 มีทหารชาวออสเตรเลียและอิตาลีกว่า 18,000 นายต้องจบชีวิตลง ณ ที่แห่งนี้


              แน่นอนว่าเป็นกิจกรรมของผู้รักการไต่ เชือก แต่จะให้มามีทติ้งเดินไต่เชือกข้ามเขาอย่างเดียวก็อาจจะดูธรรมดาเกินไป พวกเขาจึงครีเอทไอเดียกิจกรรมใหม่ ๆ ด้วยการผูกเปลญวนกับสายสลิงบนความสูง 50 เมตรเหนือพื้นดิน แล้วให้ผู้ร่วมงานไปนอนเล่นชิล ๆ กันตามเปลญวนที่ผูกไว้ แม้จะสูงชวนให้เสียวไส้ขนาดไหน แต่ว่าผู้ร่วมงานแต่ละคนก็ยังรีแล็กซ์กันสุด ๆ ประหนึ่งว่ากำลังนอนเปลอยู่ในสวนหลังบ้านยังไงยังงั้น


                และไม่ใช่แค่นอนประเดี๋ยวประด๋าว สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านการทรงตัวและไต่เชือกขั้นเซียนนั้น พวกเขานอนในเปลญวนเหล่านี้ข้ามคืนกันเลยทีเดียว ก่อนที่นักไต่เชือกมือสมัครเล่นรายอื่น ๆ จะตามมาสมทบการนอนกลางอากาศในช่วงเช้าของอีกวัน ช่างเป็นกลุ่มคนที่มีจิตใจกล้าแข็งจริง ๆ ข้าน้อยขอคาราวะ


                   นอกจากกิจกรรมสุดหวาดเสียวแล้ว ในงานมีตติ้งก็ยังมีกิจกรรมแบบคนธรรมดาทั่วไปเหมือนกันนะ (เฮ้อ...โล่งอก) โดยมีทั้งปาร์ตี้ปิ้งย่าง มีเครื่องดื่ม และมีการร้องรำทำเพลงสนุกสนาน รวมถึงยังมีกิจกรรมรักสุขภาพอย่างการเล่นโยคะอีกด้วย











http://hilight.kapook.com/view/129812

Friday, November 27, 2015

ตะลึงล่ะสิ ! สาวทุ่มศัลยกรรมทั่วร่าง-ผ่าซี่โครงออก 6 ซี่ เพื่อหุ่นสวยเอวกิ่วเหมือนตัวการ์ตูน




           สาวคลั่งไคล้หุ่นเพอร์เฟคท์บอดี้แบบตัวการ์ตูน ควักเงินร่วม 4 ล้านบาท ศัลยกรรมหัวจรดเท้า รวมถึงผ่ากระดูกซี่โครงออกถึง 6 ชิ้น เพื่อเอวคอดกิ่วให้ทรวดทรงแบบนาฬิกาทราย

           วันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 เว็บไซต์เดลี่เมล เปิดเผยเรื่องราวน่าเหลือเชื่อของสาวชาวสวีเดนที่อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ นาม "พิกซี่ ฟ็อกซ์" วัย 25 ปี ที่ทุ่มเงินจำนวนมหาศาลกว่า 120,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4 ล้านบาท) เพื่อใช้ในการทำศัลยกรรมใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้าถึง 15 จุด แถมยังมีแผนจะทำเพิ่มอีกต่างหาก !


          พิกซี่ ฟ็อกซ์ ไฝ่ฝันอยากมีหุ่นและใบหน้าเหมือนกับตัวการ์ตูนที่เธอชื่นชอบ จึงได้เก็บหอมรอมริบเงินเพื่อนำมาทำศัลยกรรม ทั้งทำจมูก ทำตา ฉีดริมฝีปากอวบอิ่ม อัพอึ๋มหน้าอก และที่น่าตกใจที่สุดคือ เธอลงทุนยอมผ่าตัดเอากระดูกซี่โครงออกไปทั้งสิ้น 6 ชิ้น เพื่อที่จะได้มีเอวคอดกิ่วและหุ่นทรงนาฬิกาทราย

 
           พิกซี่บอกว่า มักจะมีคนมาหยุดยืนตรงหน้าเธอ และบอกกับเธอว่า อย่างกับตัวการ์ตูนซึ่งสาวพิกซี่เองก็ถือว่านั่นเป็นคำชมเชย เพราะเธอต้องการจะเป็นตัวการ์ตูนที่มีชีวิตจริง ๆ นั่นเอง


         ส่วนแรงบันดาลใจของเธอมาจากตัวการ์ตูนสาวสวยสุดฮอตชื่อดังอย่าง เจสสิก้า แรบบิท จากเรื่อง Who Censored Roger Rabbit ? เจ้าหญิงออโรร่า จากเรื่อง เจ้าหญิงนิทรา และ ฮอลลี่ วู้ลด์ จากเรื่อง Cool World



           โดยสาวพิกซี่ บอกว่า เธอ รักและหลงใหลในตัวการ์ตูนเหล่านี้มาก เพราะพวกเธอมีรูปร่างหน้าตาซึ่งเรียกได้ว่าเป็นหญิงในอุดมคติ ทั้งเอวบาง หน้าอกใหญ่ ก้นสะบึม ตาโตคมกริบ และใบหน้างดงามได้รูป


                ส่วนการศัลยกรรมทั้ง 15 จุดของพิกซี่ ได้แก่ ศัลยกรรมจมูก 4 ครั้ง ศัลยกรรมหน้าอก 4 ครั้ง ดูดไขมัน 2 ครั้ง ทำตาสองชั้น 2 จุด ตกแต่งอวัยวะเพศ 1 ครั้ง ยกระดับคิ้ว 1 ครั้ง ยกกระชับก้นให้งอนงาม 1 ครั้ง จนสลายไขมันด้วยความเย็น 1 ครั้ง ฉีดโบท็อกซ์ลดแก้ม 1 ครั้ง ฉีดปากอวบอิ่ม 1 ครั้ง และผ่าตัดเอากระดูกซี่โครงออก 1 ครั้ง ทั้งหมดรวมเป็นเงิน 119,200 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.2 ล้านบาท)


                ด้วยสัดส่วนสุดเพอร์เฟคท์ 38-16-39 ทำให้ตอนนี้ สาวพิกซี่มีผู้ติดตามบนอินสตาแกรมของเธอถึง 70,000 คนเลยทีเดียว แต่ถึงแม้ว่าแฟน ๆ จะติดตามเธอเพราะทึ่งในผลลัพธ์ของการศัลยกรรม สาวพิกซี่ก็ขอออกตัวก่อนเลยว่า ไม่เคยอยากสนับสนุนให้ใครทำศัลยกรรมแต่อย่างใด เธอทำศัลยกรรมเพราะเพียงต้องการเติมเต็มความฝัน และอยากเป็นคนที่แตกต่าง ฉีกความจำเจในค่านิยมของความสวยงามแบบเดิม ๆ


              “มีคนตั้งหกพันล้านคนบนโลกใบนี้ แล้วทำไมทุกคนต้องดูเหมือนกันไปหมดล่ะ น่าเบื่อจะตายไป ในอดีต ฉันไม่พอใจกับหน้าตาและรูปร่างเดิม ๆ ฉันจึงเปลี่ยนแปลงมันซะ นี่คือความสุขของฉัน ความสุขที่ไม่ได้ไปทำร้ายหรือฆ่าแกงใคร ฉันไม่เห็นว่ามันจะเป็นปัญหาตรงไหนเลยพิกซี่ ฟ็อกซ์ ตอบอย่างฉะฉานเมื่อถูกถามว่า ทำไมจึงทำศัลยกรรมมากมายขนาดนี้


             ทั้งนี้ พิกซี่มีโครงการที่จะทำศัลยกรรมเพิ่มอีกในปีหน้า โดยเธอได้เล่าเรื่องราวการทำศัลยกรรมของเธอลงบนเว็บไซต์ Gofundme และได้ระดมทุนหาเงินอีกเป็นจำนวน 1,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ (ราว 36,000 บาท) ซึ่งเงินจำนวนนี้ เธอจะนำไปเสริมก้น สะโพก ปลูกขนตาเพิ่ม และฉีดแก้มให้เล็กลงกว่านี้อีก

http://women.kapook.com/view135427.html

Thursday, November 26, 2015

แรมซี่ หมาเซเลบพันธุ์โหด แต่พอยิ้มเท่านั้นแหละ...น่ารักเลย !




         เผยโฉม แรมซี่ หมาเซเลบสุดฮอต แจกรอยยิ้มเต็มหน้า IG จนมียอดฟอลโลเป็นแสน ยอดฟอลโลเยอะขนาดนี้ถ้าไม่ใช่เซเลบตัวจริงทำไม่หรอกนะจะบอกให้

 
         เจสัน แอชลี่ย์ ผู้ที่เป็นทั้งเจ้าของหมาเซเลบและแอดมิน Instagram bluestaffy เผย กับแหล่งข่าวว่า เขาอยากจะแสดงให้ทุกคนเห็นธรรมชาติและนิสัยที่น่ารักของสุนัขพันธุ์ สแตฟฟอร์ดเชียร์ เทอร์เรียร์ บลู ที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้าตาอันดุดันและมีร่างกายกำยำจนดูน่ากลัว 

 
         ภาพต่าง ๆ ในอินสตาแกรมเป็นภาพกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันของเจ้าแรมซี่ เช่น เดินเล่น ดื่มชา เล่นฟองสบู่ในอ่างอาบน้ำ และมุมคิวท์ ๆ อีกมากมายที่อาจทำให้อยากจะเลี้ยงสุนัขพันธุ์สแตฟฟอร์ดเชียร์ เทอร์เรียร์ บลูขึ้นมาบ้างก็ได้นะคะ




















  
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Instagram bluestaffy
http://pet.kapook.com/view135333.html

Wednesday, November 25, 2015

เศรษฐีทุ่มเงินจนหมดตัวซื้อชีวิตตูบจากโรงชำแหละ-เปิดศูนย์พักพิงสุนัขจรจัด




          เศรษฐีชาวจีนพบเส้นทางชีวิตใหม่ ยอมทุ่มเงินหมดตัวให้กับการดูแลสถานพักพิงสุนัขจรจัดที่ เปิดมากว่า 2 ปี โดยก่อนหน้านี้เขาใช้เงินจำนวนหนึ่งไถ่ชีวิตสุนัขมาจากโรงฆ่าสัตว์ และเปลี่ยนโรงงานเหล็กของตัวเองให้เป็นสวรรค์น้อย ๆ ของสุนัขจรจัด

           บางทีความสุขที่แท้จริงของคนเราอาจไม่ใช่แค่การมีเงินจนรวยล้นฟ้า แต่การทำเรื่องดี ๆ สักเรื่องก็สามารถสร้างความสุขให้เราได้เหมือนกัน เช่นเดียวกับชายชาวจีนวัย 29 ปีรายนี้ ที่เคยเป็นเศรษฐีเจ้าของกิจการโรงงานเหล็ก แต่กลับผันตัวมาเป็นเจ้าของโรงเลี้ยงสุนัขจรจัดเล็ก ๆ โดยทุ่มเงินที่มีเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

 
           วันที่ 23 ตุลาคม 2558 เว็บไซต์ Oddity Central นำเสนอเรื่องราวสุดซาบซึ้งใจของนายหวัง หยาง เศรษฐีเจ้าของโรงงานเหล็ก อายุ 29 ปี ซึ่งเมื่อ 3 ปีที่แล้ว นายหยางได้ออกตามหาสุนัขของเขาที่หลุดออกจากบ้านไป แต่ทำอย่างไรก็หาไม่พบ จนกระทั่งมีคนแนะนำให้ลองไปดูที่โรงฆ่าสัตว์ และที่นั่นเองเขาก็ได้พบกับภาพที่น่าช็อก


              นายหยางไม่พบสุนัขของเขาที่นั่น แต่เขาพบสุนัขที่ถูกแขวนคอเป็นร้อย ๆ ตัว รวมถึงยังเห็นสุนัขอีกจำนวนมากถูกฆ่าอย่างเลือดเย็น นายหยางทนดูภาพอันโหดร้ายต่อไปไม่ไหว จึงขอใช้เงินซื้อสุนัขทุกตัวที่ยังมีชีวิตเพื่อให้รอดพ้นจากการตกเป็นอาหาร ของมนุษย์

           หลังจากนั้นเป็นต้นมา หยางก็ยังคงเที่ยวซื้อสุนัขจากโรงฆ่าสัตว์ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งพบว่าตอนนี้เขามีสุนัขอยู่เต็มบ้านไปหมด จึงตัดสินใจเลิกกิจการโรงงานเหล็กและดัดแปลงให้กลายเป็นสถานที่รับเลี้ยง สุนัขจรจัด พร้อมกับตั้งชื่อสถานที่นี้ใหม่ว่า ศูนย์พิทักษ์สัตว์ฉางชุน


          ภายในเวลา 3 ปีที่ผ่านมา หยางช่วยชีวิตสุนัขมามากกว่า 1,000 ตัวแล้ว พวกมันส่วนใหญ่ต่างได้รับการอุปการะไปอยู่บ้านหลังใหม่ หลงเหลือสุนัขอยู่ที่นี่อีกราว 215 ตัว ซึ่งพวกมันก็ได้รับการช่วยชีวิตจากโรงฆ่าสัตว์เช่นกัน โดยมีผู้ใจบุญและอาสาสมัครหลายรายช่วยกันสอดส่องดูแลและพาพวกมันมาที่นี่

           แน่นอนว่าการดูแลสุนัขจำนวนมากต้องใช้เงินมหาศาล นายหยางเองก็เช่นกัน หลังจากทุ่มเงินไปกับการช่วยชีวิตสุนัขจนกระทั่งหมดตัว ทำให้ตอนนี้เขากำลังเป็นหนี้ก้อนโตเลยทีเดียว แต่นายหยางบอกว่าเขาไม่รู้สึกเสียใจ ความกังวลหนึ่งเดียวของเขาในตอนนี้คือการทำให้เจ้าตูบเหล่านี้ได้มีที่อยู่ อันอบอุ่น ท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเหน็บในฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง


           ถึงแม้ว่าเขาจะใช้เงินจนหมดตัว ประสบภาวะหนี้สิน และเผชิญหน้ากับปัญหาหลายอย่าง แต่หยางไม่ต้องการให้ใครมาเห็นใจหรือสงสาร เขาไม่ต้องการรับเงินไม่ว่าจะเป็นจำนวนน้อยแค่ไหนก็ตาม เขาต้องการเพียงแค่สิ่งของบริจาคที่จะช่วยเหลือให้สุนัขเหล่านี้สามารถรอด ชีวิตไปได้ โดยเฉพาะตอนนี้เขาต้องการวัสดุและอุปกรณ์ช่างเพื่อนำมาสร้างที่อยู่ที่ อบอุ่นกว่านี้สำหรับเจ้าตูบ


           ทั้งนี้ สุนัขจรจัดถือเป็นปัญหาสำคัญในหลาย ๆ พื้นที่ของประเทศจีน และพวกมันส่วนใหญ่มักถูกจับไปฆ่า ทั้งจากทางการที่คอยควบคุมสัตว์และโรงฆ่าสัตว์ที่ขายเนื้อสุนัข

  
ภาพจาก Sina
http://pet.kapook.com/view135121.html