Friday, May 27, 2016

สาวสุดสิ้นหวัง ยืนให้คนปาลูกดอกใส่ตัวเองแลกเงิน เอาไปรักษาพี่ป่วยมะเร็ง




สาวจีนเข้าตาจน ยืนข้างทางให้ผู้คนร่วมเล่นเกมปาลูกดอกใส่ตัวเอง แลกกับเงินบริจาคดอกละ 55 บาท หาเงินช่วยรักษาพี่สาวที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง

           วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ เผย รายงานชวนสลดใจจากประเทศจีน ระบุว่า เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจนครหางโจว ได้รับแจ้งว่ามีหญิงสาวรายหนึ่งยืนอยู่ที่ทางเดินริมถนนพร้อมกระดานขนาดใหญ่ เขียนเชิญให้คนผ่านไปผ่านมาแวะเล่นเกมปาลูกดอกใส่เธอ โดยคิดราคาดอกละ 10 หยวน (ราว 55 บาท)  

 
           ที่ด้านหน้าของเธอยังมีป้ายกระดาษเขียน ข้อความระบุธนาคารและหมายเลขบัญชีของเธอไว้ การกระทำของเธอสร้างความประหลาดใจแก่ผู้คนที่พบเห็นเป็นอย่างมาก พากันเข้าไปถ่ายรูปโพสต์แชร์ลงโซเชียลออนไลน์ บ้างก็เข้าใจว่าเป็นเรื่องล้อเล่นสนุก ๆ ก่อนเธอจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมตัวไปสอบสวน

 
           จากรายงาน ทราบว่า หญิงสาวรายนี้มีชื่อว่า จี เจียนลี  เธอเล่าว่า จี เจียหยาน พี่สาวของเธอกำลังป่วยหนักด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ต้องการเงินจำนวนมากกว่า 500,000 หยวน (ราว 2.7 ล้านบาท) ในการรักษา ทางครอบครัวของเธอมีฐานะยากจน เรื่องนี้จึงกลายเป็นภาระอันหนักอึ้ง ตัวเธอเองก็หมดหนทางช่วยเหลือ จึงขอยอมเสี่ยงใช้วิธีอันตรายเช่นนี้มาหาเงิน เพื่อนำไปสมทบทุนรักษาอาการป่วยของพี่สาว 

 
           ทั้งนี้ เจียนลีเผยว่า ก่อนหน้านี้ทางครอบครัวเคยขอความอนุเคราะห์จากผู้คนในโลกออนไลน์ให้ช่วย บริจาคเงินมาแล้ว แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ จึงคิดใช้วิธีดังกล่าว โดยเชื่อว่าวิธีการแปลก ๆ เช่นนี้จะเรียกความสนใจจากผู้คนได้เป็นอย่างดี ซึ่งก็ค่อนข้างได้ผล มีหลายคนเข้ามาร่วมเล่นและช่วยบริจาคเงินให้เธอ



ภาพจาก NetEase
http://hilight.kapook.com/view/137271

Thursday, May 26, 2016

น่ารัก เด็กน้อย-กอริลลาน้อยแปะมือผ่านกระจก แต่ทว่าเบื้องหลังนั้นน่าสะเทือนใจ




        โลกออนไลน์ต่างประเทศแชร์ภาพมิตรภาพอันแสนน่ารักน่าเอ็นดู เด็กหญิงตัวน้อยเกาะกระจกแปะมือกับกอริลลาน้อยวัย 5 เดือน แต่ความจริงที่ซ่อนอยู่นั้นน่าขมขื่น เจ้ากอริลลาน้อยต้องเติบโตในกรงขังไม่มีวันได้เผชิญโลกกว้างตามธรรมชาติไปตลอดชีวิต

         เจ้ากอริลลาตัวนี้มีชื่อว่า กัส มันถือกำเนิดในสวนสัตว์ฟอร์ตเวิร์ธ รัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา เมื่อ 5 เดือนก่อน กัสกำลังอยู่ในวัยซนวัยเรียนรู้ มันรู้สึกฉงนสงสัยในสิ่งรอบตัว และเมื่อหนูน้อยเบรย์ลี เด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังอยู่ในวัยอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน ได้ไปเที่ยวสวนสัตว์แห่งนี้พร้อมกับครอบครัว เธอก็ยืนเกาะกระจกดูกอริลลาแม่ลูกใกล้ ๆ ปรากฏว่าเจ้ากัสน้อยได้หันมาแล้วยืนเกาะกระจกเหมือนกัน เลยปรากฏเป็นภาพเด็กน้อยและกอริลลาน้อยแตะมือกันผ่านกระจกกั้น เป็นภาพที่ชวนยิ้มอย่างปฏิเสธไม่ได้

  
            แต่ทว่าหลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์กันมากมาย เว็บไซต์ The Dodo ก็ได้เผยความจริงอีกอย่างหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในภาพน่ารักนี้ โดยระบุว่า เบื้อง ลึกเบื้องหลังของภาพน่ารักนี้ไม่ได้น่าประทับใจเสมอไป เพราะเจ้ากัสน้อยเป็นกอริลลาที่เกิดในสวนสัตว์ น่าเศร้าใจที่มันจะต้องอยู่ในพื้นที่จำกัดแบบนี้ไปตลอด ไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับธรรมชาติและความกว้างใหญ่ของโลกใบนี้ เนื่องจาก สัตว์ที่เกิดมาโดยมีคนคอยดูแล จะไม่ได้เรียนรู้การเอาตัวรอดในธรรมชาติ แม้วันหนึ่งถูกเอาไปปล่อยที่ป่าก็ยากที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างที่มันควรจะ เป็นนั่นเอง

ภาพจาก Fort Worth Zoo
http://hilight.kapook.com/view/137238

Tuesday, May 24, 2016

หนุ่มพบลูกแมวขี้กลัวใต้ท้องรถ แค่สบตาก็หวั่นไหว งานนี้ต้องขออุ้มกลับบ้าน




        รักแรกพบระหว่างหนึ่งหนุ่มและหนึ่งเหมียว ที่ บังเอิญได้ประสานตากันจัง ๆ ขณะหลบอยู่ใต้ท้องรถ ความน่ารักของมันทำเอาหนุ่มอึ้ง จัดแจงส่งภาพเหมียวน้อยไปถามภรรยา ขอเอากลับบ้านได้ไหม ได้คำตอบรับมาง่าย ๆ ตาแป๋วขนาดนี้ใครจะปฏิเสธลง

 
          ว่ากันว่ามนุษย์สามารถตกหลุมรักอีกฝ่ายได้แม้เพียงเพิ่งเคยพบหน้า หรือที่เราเรียกกันว่า รักแรกพบ นั่นเอง แต่เชื่อไหมว่ารักแรกพบระหว่างคนกับสัตว์ก็มีเหมือนกันนะ ก็อย่างเรื่องราวของลูกแมวตัวนี้ ที่เว็บไซต์ Bored Panda เปิดเผยเรื่องราวของมัน เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2559 หลังจากมันบังเอิญส่งสายตาละห้อยชวนเอ็นดูให้กับมนุษย์คนหนึ่ง ทำเอาชายหนุ่มตกหลุมรักอย่างแรง โงหัวไม่ขึ้นไปเลย

 
          ชายหนุ่มเจ้าของชื่อสมาชิก JustAnotherGoodGuy ในเว็บไซต์ Reddit เปิดเผยเรื่องราวของเขากับลูกแมวตัวนี้ว่า เขาบังเอิญพบมันเข้าที่ใต้ท้องรถกระบะคันหนึ่งใกล้ ๆ กับออฟฟิศของเขา เมื่อลองสังเกตดูรอบ ๆ ก็พบว่าแม่แมวไม่อยู่ จึงสันนิษฐานว่ามันอาจพลัดหลงกับแม่จนโดนทิ้งให้อยู่เดียวดาย

 
          พ่อหนุ่มรายนี้จึงถ่ายภาพน้องเหมียวขี้กลัว ขณะที่มันกำลังใช้ขาหน้าเกาะล้อรถ ส่วนแววตานั้นปริ่มไปด้วยน้ำตา ราวกับกำลังจะร้องไห้ออกมา และจัดแจงส่งภาพให้กับภรรยาเพื่อขอว่า เอามันกลับบ้านได้ไหม

  
         เมื่อฝ่ายภรรยาเห็นภาพลูกแมวน้อยตาแป๋วก็เกิดตกหลุมรักเช่นกัน และส่งข้อความกลับมาบอกว่า ครจะกล้าปฏิเสธลงกันล่ะ

          หลังจากได้รับอนุญาตจากภรรยาแล้ว เขาก็พาน้องเหมียวไปหาสัตวแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพ ฉีดยา และซื้อของใช้เกี่ยวกับแมว ก่อนจะพบว่ามันมีอายุเพียง 4-5 สัปดาห์เท่านั้นเอง

          ตอนนี้น้องแมวตาแป๋วได้ชื่อใหม่ว่า Axel ซึ่งเป็นการเล่นคำจากคำว่า Axle ที่แปลว่าเพลารถ และมันก็อยู่ดีมีสุขในบ้านที่เต็มไปด้วยความรัก พร้อมกับแมววัย 19 ปี และสุนัขวัย 2 ปีของครอบครัว

ภาพจาก JustAnotherGoodGuy
http://pet.kapook.com/view148740.html

Thursday, May 19, 2016

นักวิ่งมาราธอนสุดซวย ชวดที่ 1 เพราะถูกสุนัขจรจัดวิ่งไล่กัดก่อนเข้าเส้นชัย




นักวิ่งมาราธอนสุด ซวย วิ่งหลงทางยังหาทางแซงกลับมาเป็นผู้นำได้ แต่สุดท้ายกลับถูกสุนัขจรจัดวิ่งเข้ากัดก่อนเข้าเส้นชัย ชวดรางวัลที่ 1 ไปอย่างน่าเสียดาย

          จะเรียกว่าเป็นนักวิ่งมาราธอนที่โชคร้ายที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2559 เว็บไซต์เมโทร ได้เผยเรื่องราวว่า นาย มัลเล่ วาซิฮัน นักวิ่งมาราธอนชาวเอธิโอเปีย ได้เข้าร่วมลงแข่งขันวิ่งมาราธอนสากลในรายการ TCS World 10K ที่จัดขึ้นที่เมืองบังคาลอร์ ในประเทศอินเดีย แต่แล้วก็เกิดเหตุผิดพลาดขึ้น เขาวิ่งหลงไปผิดทาง แต่แล้วก็สามารถหาทางกลับมาเป็นผู้นำจนได้

          ทว่าช่วงก่อนถึงเส้นชัย จู่ ๆ ก็มีสุนัขจรจัดตัวหนึ่งวิ่งหลงเข้ามาจากไหนไม่ทราบ พุ่งตรงเข้ามากัดที่ท่อนขาของนายมัลเล่อย่างจัง เป็นเหตุให้เขาถูกคู่แข่งวิ่งแซงเข้าเส้นชัยไปและอดคว้ารางวัลที่ 1 มาครอง ซึ่งสุดท้ายตัวเขาเองก็ได้พยายามวิ่งต่อไปจนถึงเส้นชัยเป็นลำดับที่ 9


         หลังเกิดเหตุการณ์นี้ ในตอนแรกทางผู้จัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนกลับปฏิเสธการจัดการใด ๆ กับกรณีดังกล่าว จึงเกิดเป็นกระแสวิจารณ์เกิดขึ้นในโลกโซเชียลว่า นี่เป็นการแข่งขันระดับสากล เหตุใดถึงปล่อยให้สุนัขจรจัดเข้ามาเพ่นพ่านในสนามแข่งขันได้ น่าเสียดายแทนนายมัลเล่ ที่ต้องมาพลาดรางวัลไป

          อย่างไรก็ดี ภายหลังด้านโฆษกของผู้จัดการแข่งขันก็ได้ออกมาตอบความเห็นต่อกระแสโซเชียลว่า "โชค ร้ายจริง ๆ ที่ทางเราไม่สามารถควบคุมเหตุการณ์ภายในสนามแข่งขันได้ เนื่องจากพวกเรายกให้เป็นหน้าที่รับผิดชอบของทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง"

ภาพจาก ทวิตเตอร์ @_Gbhat
http://hilight.kapook.com/view/136926

Tuesday, May 17, 2016

หนูน้อยออทิสติกคนนี้ถือหนังสือไปอ่านให้ตูบถูกทิ้งฟังประจำ ให้ตูบหายเหงา




         มิตรภาพแสนบริสุทธิ์ของหนุ่มน้อยออทิสติกวัย 6 ขวบ กับการช่วยเจ้าหมาถูกทิ้งที่ไม่เหมือนใคร เอาหนังสือไปนั่งอ่านให้ฟังเพื่อช่วยให้มันหายเดียวดาย แถมโผล่มาโชว์ตัวนั่งฟังนิทานจะได้มีคนเห็นแล้วรับไปเลี้ยงดูไว ๆ

          ไม่มีใครในโลกนี้ที่อยากอยู่โดดเดี่ยวหรือต้องถูกแบ่งแยกออกมาเพราะว่าแตกต่าง จากคนทั่วไป และนั่นก็เป็นเรื่องน่าเศร้าที่เกิดขึ้นกับ เจ้าไพเรท สุนัขถูกทิ้งที่อยู่ ณ ศูนย์อุปการะสัตว์ Carson Animal Shelter ในลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา การที่มันถูกทิ้งเป็นเรื่องที่ไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไขใหม่ได้ แต่การจะได้บ้านดี ๆ กับเจ้าของคนใหม่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ และตอนนี้เจ้าไพเรทก็กำลังได้รับความช่วยเหลือในแบบที่ไม่เหมือนใครอย่าง แข็งขันจาก เจคอบ เด็กชายวัย 6 ขวบที่มีภาวะออทิสติก 

 
          เว็บไซต์ The DoDo เผยเรื่องราวของเจคอบและไพเรท ตามรายงานจาก NBC Los Angeles ไว้เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2559 ว่า เจคอบจะมาที่ศูนย์แห่งนี้ทุก ๆ วันพฤหัสบดี พร้อมกับหนังสือที่เขาชอบ แล้วเด็กชายก็จะนั่งปุลงตรงหน้ากรงของสุนัข เริ่มตั้งอกตั้งใจอ่านหนังสือให้มันฟัง เจ้าตูบหลายตัวหันมาหาเด็กชายด้วยความสนอกสนใจ และหนึ่งในนั้นก็คือสุนัขตัวหนึ่งชื่อ ไพเรท ที่คอยมานั่งเฝ้าติดหน้ากรง จ้องมองและฟังเจคอบอย่างตั้งอกตั้งใจ หางส่ายสะบัดไปมาเหมือนว่ากำลังเพลินเพลินไปกับเรื่องราวของเด็กชาย ลืมความเหงาเศร้าและเดียวดายไปได้ชั่วขณะ

  
       ไพเรทเป็นสุนัขขี้อาย ไม่สู้หน้าคน ทำให้มันไม่ค่อยเป็นที่โดดเด่นสะดุดตานักในบรรดาสุนัขทั้งหลายที่นี่ และนั่นก็เป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้มันยังไม่เจอเจ้าของคนใหม่รับไปเลี้ยง ดูสักที ทว่าเจคอบคล้ายจะสัมผัสถึงความหงอยเหงาและโดดเดี่ยวนั้นได้ จึงตั้งใจจะช่วยเหลือมันให้ได้บ้านใหม่อย่างเต็มที่ ด้วยวิธีการในแบบของตัวเอง
 
          "เวลาผมอ่านหนังสือให้มันฟัง พวกมันก็จะออกมา แล้วมันก็จะได้บ้านใหม่ฮะ" ความคิดของเจคอบนั้นแสนง่ายไม่ซับซ้อน และมันก็ช่างแสนซื่อและบริสุทธิ์มากจริง ๆ เด็กชายเชื่อว่าถ้ามันกล้าออกมา คนอื่น ๆ ก็จะได้เห็นความน่ารักน่าเอ็นดูของเจ้าหมา และก็อยากจะรับมันไปเลี้ยงดูในที่สุด

          แคเธอรีน ทูมาแลน คุณแม่ของเด็กชายเผยว่า เจคอบชอบอยู่กับหนังสือมาตั้งแต่เล็ก ๆ แต่ทว่าเมื่อสองขวบครอบครัวก็ได้พบว่าเขามีอาการออทิสติก เจคอบมีพัฒนาการด้านการสื่อสารต่ำมาก ไม่เอาอะไรเลยนอกจากหนังสือ ทั้งยังร้องไห้อาละวาดทุกครั้งเมื่อเจอสิ่งเร้าอย่างเสียงดัง ๆ มากระตุ้น
  
         แต่กลับน่าแปลกใจ ที่ตอนเธอกับพี่สาวพาเจคอบมาที่ศูนย์อุปการะสัตว์แห่งนี้เป็นครั้งแรกเมื่อ ปีที่แล้ว เสียงเห่าลั่นของเหล่าสุนัขไม่ทำให้เจคอบร้องอาละวาด แถมเขายังดูชอบที่นี่มากด้วย ซึ่งหลังจากนั้น เจคอบก็จะกลับมาที่นี่ทุกสัปดาห์พร้อมหนังสือ 1 เล่ม บรรดาสุนัขพากันเห่าเซ็งแซ่เมื่อเห็นเขา แต่พอเจคอบนั่งลงแล้วเริ่มอ่านหนังสือ มันก็จะสงบลง แล้วนั่งนิ่งราวกำลังตั้งใจฟัง

          มิตรภาพในรูปแบบที่แสนน่ารักนี้ ช่วยให้เจ้าหมาทั้งหลายคลายความเหงาหงอยเศร้าสร้อยลงไปได้บ้าง โดยเฉพาะเจ้าไพเรท ที่เริ่มได้รับสัญญาณที่ดีที่จะได้บ้านใหม่แล้ว เมื่อมีเจ้าหน้าที่รายหนึ่งตกลงใจรับมันไปเลี้ยงก่อนชั่วคราวพร้อมกับฝึก ระเบียบวินัยสุนัขให้ เพื่อมันจะได้พบเจ้าของและบ้านหลังใหม่ได้ไวขึ้น ขณะที่ตัวเจคอบเอง ก็มีพัฒนาการที่ดีขึ้นด้วยเช่นกัน จากการมาอ่านหนังสือให้เหล่าเจ้าตูบฟังเป็นประจำ ทำให้ทักษะการอ่านของเขาพัฒนาขึ้นมาก แถมยังมีสมาธิดีขึ้นอีกด้วย

          นับว่าเป็นมิตรภาพที่น่ารักและงดงามเกินบรรยาย แถมยังวิน-วินกันทั้งสองฝ่ายด้วยล่ะค่ะ :D

ภาพจาก เฟซบุ๊ก NBCLA
http://pet.kapook.com/view148395.html