Saturday, May 14, 2016

ตูบตัวนี้เสี่ยงชีวิตสู้งูพิษเพื่อปกป้องเจ้านาย 7 ขวบ จนมันถูกงูกัดเกือบตาย




          เจ้าตูบเยอรมันเชพเพิร์ดถูกยกเป็นสุนัขฮีโร่ หลังมันเสี่ยงชีวิตปกป้องหนูน้อย 7 ขวบ จากงูหางกระดิ่ง จนมันถูกงูกัดถึง 3 ครั้ง

          เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2559 เว็บไซต์เดลี่เมลของอังกฤษ เปิดเผนอีกหนึ่งเรื่องราวความซื่อสัตย์และภักดีของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า สุนัข เมื่อเจ้าตูบตัวหนึ่งในสหรัฐฯ ได้โผเข้าปกป้องเจ้านายน้อยวัย 7 ขวบ จากงูหางกระดิ่งที่พบในสวนหลังบ้าน จนตัวมันเองถูกงูกัดเข้าให้ถึง 3 ครั้งจนเกือบไม่รอด ตอนนี้อาการยังทรงตัวแต่สัตวแพทย์บอกว่ายังอยู่ในขั้นเสี่ยงมาก

  
          เจ้าเฮาส์ เป็นสุนัขจรจัดพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ดวัย 2 ปี ที่ครอบครัวเดอลูกา จากรัฐฟลอริดา รับมาเลี้ยงเมื่อไม่นานมานี้ นับตั้งแต่มันมาเป็นสมาชิกใหม่ของบ้าน เจ้าเฮาส์ก็สร้างความสนิทสนมกับหนูน้อยมอลลี่ วัย 7 ขวบ อย่างรวดเร็ว ทั้งคู่กลายเป็นเพื่อนซี้กันยิ่งกว่าอะไรดี จนกระทั่งเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะที่หนูน้อยมอลลี่กำลังเล่นอยู่หลังบ้าน โดยมีคุณยายและเจ้าเฮาส์อยู่ด้วย จู่ ๆ งูหางกระดิ่งก็ปรากฏตัวขึ้น เจ้าเฮาส์จึงไม่รอช้าเข้าประจัญหน้ากับงูทันที 


          ดอนยา เดอลูกา คุณแม่ของหนูน้อยมอลลี่เล่าว่า ในช่วงที่เกิดเหตุเธอเห็นเจ้าเฮาส์กระโดดไปข้างหน้า-ข้างหลังสลับกัน และเมื่อสังเกตดี ๆ ก็พบว่ามันกำลังเผชิญหน้ากับงูหางกระดิ่งที่อยู่ใกล้ ๆ หนูน้อยมอลลี่ โดยเจ้าเฮาส์ยืนอยู่ระหว่างหนูน้อยมอลลี่และงูตัวนั้น จากนั้นมันก็ถูกงูกัดเลือดออกและร้องโหยหวนออกมา

  
         หลังเกิดเหตุเจ้าเฮาส์ถูกนำตัวส่ง โรงพยาบาลสัตว์ทันที สัตวแพทย์บอกว่ามันมีพิษงูอยู่ในร่างกายในปริมาณมาก ไม่สามารถใช้เซรุ่มปริมาณปกติรักษาได้เลย ต้องฉีดยายับยั้งพิษงูเพื่อชะลอพิษงูให้เข้าสู่ระบบต่าง ๆ ได้ช้าลงด้วย


          อย่างไรก็ดีตอนนี้อาการของเจ้าเฮาส์เริ่มดีขึ้นแล้วและทรงตัว แต่สัตวแพทย์บอกว่ามันยังอยู่ในภาวะที่เสี่ยงอยู่ ขณะที่ครอบครัวเดอลูการู้สึกขอบคุณมันมาก ๆ เพราะมันช่วยปกป้องหนูน้อยมอลลี่ หากไม่มีมัน ก็ไม่รู้ว่าหนูน้อยมอลลี่จะเป็นอย่างไรเลย

ภาพจาก Go Fund Me
http://pet.kapook.com/view148191.html

Thursday, May 12, 2016

ซึ้ง แม่ห่านจิกรถตำรวจ เพื่อขอให้ช่วยลูกที่ถูกเชือกพันขา




        โมเม้นท์ซึ้งใจ แม่ห่านรุดจิกเคาะรถคุณตำรวจ ส่งสัญญาณเรียกขอให้ช่วยเหลือลูกของมัน หลังถูกเชือกพันขาจนเดินไม่ได้... เห็นแล้วซึ้งในสัญชาตญาณความเป็นแม่จริง ๆ

          ขึ้นชื่อว่าแม่แล้วไม่ว่าคนหรือสัตว์ก็ย่อมรักลูกไม่ต่างกัน แม้กระทั่งเจ้าห่านตัวนี้ ที่ตามสัญชาตญาณของมันแล้วจะไม่เข้าใกล้มนุษย์ แต่เมื่อลูกของมันต้องการความช่วยเหลือ มันกลับวิ่งโร่ไปขอความช่วยเหลือจากมนุษย์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ โดยเว็บไซต์เดลี่เมล ได้เผยเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2559 ว่า มีแม่ห่านตัวหนึ่ง ได้เดินเข้าไปจิกเคาะรถของคุณตำรวจ เพื่อสื่อสารส่งสัญญาณเรียก ขอให้ไปช่วยลูกของมันที่กำลังเดือดร้อน จึงบังเกิดเป็นโมเม้นท์ชวบซึ้งใจที่หาชมได้ไม่บ่อยนัก

 
          เจมส์ กิฟเวนส์ เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงประจำเมืองซินซินแนติ ในรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา เปิดเล่าว่า แม่ห่านตัวนี้มันมาจิกเคาะที่ประตูรถซ้ำ ๆ ผิดธรรมชาติของมันมาก แต่เมื่อเธอและเจ้าหน้าที่เซซิเลีย ชาร์รอน ลงไปดู มันก็หยุดเคาะ และเดินดิ่งนำให้พวกเธอเดินตรงไปตรงจุดที่ลูกของมันอยู่ จึงได้เห็นว่าลูกห่านตัวน้อยถูกเชือกลูกโป่งพันขาอยู่

  
             ในตอนแรก เจ้าหน้าที่ทั้งสองได้ติดต่อไปยังศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ แต่เมื่อไม่สามารถติดต่อได้ ทางเจ้าหน้าที่เซซิเลียจึงตัดสินใจช่วยมันเอง เธออุ้มมันขึ้นมาแก้เชือกที่พันออกจากขามันให้ โดยมีแม่ห่านเฝ้าชะเง้อดูอย่างห่วง ๆ อยู่ไม่ไกล และหลังจากพยายามอยู่สักพักก็ช่วยแก้เชือกออกได้สำเร็จ เจ้าลูกห่านตัวน้อยก็รีบวิ่งตรงดิ่งไปหาแม่ พากันดีอกดีใจกันทั้งคู่เลย






http://hilight.kapook.com/view/136598

Wednesday, May 11, 2016

คึกคัก สายการบินให้เจ้าของนำสัตว์เลี้ยงขึ้นห้องโดยสารได้ หนีไฟป่าแคนาดา




               สายการบินผ่อนกฎ อนุญาตให้ผู้โดยสารนำสัตว์เลี้ยงโดยสารไปในห้องโดยสารได้ ในช่วงที่ต้องอพยพหนีไฟป่าแคนาดา เกิดเป็นภาพเที่ยวบินเจ้าตูบสุดอบอุ่นและคึกคัก


                เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2559 เว็บไซต์ The Dodo เผยภาพถ่ายน่ารัก ๆ ชวนประทับใจ เมื่อสายการบินอย่างน้อย 2 เจ้า ได้แก่ เวสต์เจ็ท (West Jet) และแคนาเดียน นอร์ท (Canadian North) ของแคนาดา ได้ยอมผ่อนปรนกฎการบิน อนุญาตให้สัตว์เลี้ยงโดยสารไปบนห้องโดยสารกับเจ้าของได้ ในช่วงที่เมืองฟอร์ต แมคเมอร์เรย์ รัฐแอลเบอร์ตาของแคนาดา เผชิญกับไฟป่าครั้งใหญ่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  

  
                รายงานระบุว่า โดยปกติแล้วหากผู้โดยสารจะพาสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่องบิน จะต้องขังไว้ในลังและนำสัตว์เลี้ยงโดยสารไปใต้ท้องเครื่องบิน แต่ในช่วงที่ชาวเมืองฟอร์ต แมคเมอร์เรย์ หนีไฟป่าออกมานั้น หลายคนก็มาตัวเปล่าและไม่สามารถกลับไปเอาลังหรือกรงใส่สัตว์เลี้ยงของพวกเขาที่บ้านได้ ทางสายการบินจึงเข้าใจสถานการณ์นี้ดี ก็เลยอนุญาตให้ผู้โดยสารพาสัตว์เลี้ยงเข้าห้องโดยสารไปกับตัวเองได้เลย

  
               "แน่นอน มันเป็นอะไรที่แปลกตากับการพาสัตว์เลี้ยงโดยสารไปในห้องโดยสาร แต่ในช่วงที่เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ เราก็สามารถจะปรับเปลี่ยนกฎเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเจ้าสี่ขาทั้งหลาย" โฆษกสายการบินแคนาเดียน นอร์ท เผย


                การผ่อนปรนกฎการบินดังกล่าวได้ทำให้เกิดภาพสุดแปลกตาแต่น่ารักและอบอุ่นสุด ๆ ขึ้นบนเครื่องบิน จนเกิดการแชร์ภาพต่อ ๆ กันไปบนโลกออนไลน์ ซึ่งแน่นอนว่าผู้คนต่างพากันชื่นชมทางสายการบินแสนใจดีกันทั้งนั้น



http://pet.kapook.com/view147885.html

Tuesday, May 3, 2016

ทารกน้อยถือกำเนิดพร้อมนิ้วเกินมาเพียบ รวมแล้วได้ 31 นิ้ว !




               ทารกน้อยชาวจีนถือกำเนิดพร้อมความผิดปกติภาวะนิ้วเกิน นิ้วงอกเกินมาอื้อทั้งมือและเท้า รวมได้ 31 นิ้ว

               วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 เว็บไซต์เดลี่เมล รายงาน ข่าวจากทารกเพศชายชาวจีน ปัจจุบันอายุ 3 เดือน นาม หงหง จากพื้นที่กันดารในมณฑลหูหนาน ถือกำเนิดมาพร้อมความผิดปกติ มีนิ้วมือและเท้าเกินมาอย่างน่าตกใจ รวมแล้วถึง 31 นิ้ว โดยมี 16 นิ้วเท้า (ข้างละ 8 นิ้ว) และ 15 นิ้วมือ (ข้างละ 7 และ 8 นิ้ว)

  
            ความผิดปกติลักษณะนี้คือ ภาวะนิ้วเกิน (Polydactyly) นับเป็นอาการผิดปกติที่พบเห็นได้ไม่ยากนัก มีโอกาสเกิดขึ้นราว 1 ใน 1,000 แต่กรณีของหงหงแล้ว จัดว่าเป็นเคสที่มีความผิดปกติรุนแรงมาก

            ในช่วงตั้งครรภ์มารดาของหงหง ซึ่งมีภาวะนิ้วเกินด้วยทั้งที่มือและเท้ามีความกังวลใจอย่างมากว่าเธออาจส่ง ต่อลักษณะผิดปกตินี้ให้แก่ลูก เธอเดินทางจากหมู่บ้านไปพบแพทย์ในเซินเจิ้นหลายครั้งเพื่อให้ตรวจเช็กทารกใน ครรภ์ และเมื่อตั้งท้องได้ครึ่งทางก็ยังดั้นด้นไปทำอัลตราซาวด์ 4 มิติด้วย แต่ทุกครั้งแพทย์ก็ยังคงยืนยันว่าทารกปกติดี แต่ปรากฏว่าเมื่อคลอดออกมา หงหงกลับมีนิ้วมือและเท้าเกินปกติมาจำนวนมาก

  
                ครอบครัวของหงหงต้องการให้ลูกชายได้รับการรักษา ทว่าในตอนนี้หงหงยังเด็กเกินกว่าที่จะวางยาสลบได้ ซึ่งแพทย์เด็กผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกได้แนะนำให้พาตัวเด็กกลับมารับการผ่า ตัดในช่วงอายุ 6 เดือน-1 ขวบ ซึ่งกระดูกจะยังไม่เซตตัวดี แต่อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดที่สูงถึง 100,000 หยวน (ราว 500,000 บาท) ก็ยังมากเกินกว่าที่ครอบครัวหามาได้ จึงวอนขอความเมตตาจากผู้มีจิตใจกรุณา ร่วมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือค่ารักษาหงหงด้วย



ภาพจาก NetEase, QQ
http://baby.kapook.com/-147444.html