Saturday, December 10, 2016

แตกตื่น พบงูจงอางยักษ์ยาว 3 เมตร แอบในท่อระบายน้ำ-ชูคอขู่ฉกเจ้าหน้าที่




         ชาวบ้านจีนแตกตื่นหลังพบงูจงอางยักษ์ยาวกว่า 3 เมตร ขนาดลำตัวกว้าง 20 เซนติเมตร แอบซ่อนตัวอยู่ในท่อระบายน้ำ ด้านเจ้าหน้าที่เร่งจับก่อนส่งให้กรมป่าไม้ดูแลต่อไป

          เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2559 เว็บไซต์ไอทรีเบบี้ รายงานข่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจีน ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในมณฑลยูนนานว่า พบงูจงอางยักษ์ ซึ่งมีความยาวกว่า 3 เมตร เลื้อยเข้าไปหลบซ่อนอยู่ในท่อระบายบริเวณลานบ้านหลังหนึ่ง จนผู้คนพากันตื่นกลัว

  
           เมื่อถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เริ่มที่จะจับงูตัวนี้ทันที โดยได้มีการนำไม้ไผ่ค่อย ๆ เคาะ บริเวณท่อระบายน้ำ ซึ่งหลังจากเคาะได้ราว 10 นาที จงอางตัวดังกล่าวก็โผล่หัวขึ้นมาจากรูพร้อมแผ่แม่เบี้ย และส่งเสียงขู่ด้วยท่าทีซึ่งพร้อมจะฉกทำร้าย อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่ก็สามารถจับมันได้สำเร็จโดยไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ และเมื่อจับมันวัดลำตัวแล้ว พบว่างูตัวนี้มีความยาว 3 เมตร ส่วนลำตัวก็กว้างถึง 20 เซนติเมตร ก่อนที่จะส่งจงอางตัวนี้ไปที่กรมป่าไม้เมืองอวี่ซีต่อไป

  
          สำหรับ งูจงอาง ถือเป็นงูพิษซึ่งมีความยาวที่สุดในโลก มีความแข็งแรง รวดเร็ว และมีพิษที่รุนแรงต่อระบบประสาท โดยปัจจุบันถูกบรรจุให้เป็นหนึ่งในสัตว์ที่อยู่ในอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือไซเตส อย่างไรก็ดี ในมณฑลยูนนาน มีงูจงอางอาศัยอยู่มาก เพราะเป็นพื้นที่ป่าฝนเขตร้อน


ภาพจาก i3baby.com
http://hilight.kapook.com/view/146296

Thursday, December 8, 2016

สลด แม่ทิ้งลูกน้อยอดอยากตายคาห้อง พี่สาววัย 2 ขวบ อยู่กับศพน้องนาน 3 วันไม่รู้เรื่อง




          สุดสะเทือนใจ แม่วัย 20 ปี ทิ้งลูกน้อย 2 คนอยู่ในห้องตามลำพังนาน 9 วัน เพื่อไปอยู่กับคนรัก ลูกชายคนเล็กอดอยากตาย ส่วนพี่สาวไม่รู้เรื่องอยู่กับศพน้องถึง 3 วัน และอาการหนักจนเกือบไม่รอด

           เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2559 เว็บไซต์เดลี่เมล เปิดเผยรายงานชวนสลดระบุว่า พบเด็กน้อยวัย 1 ขวบ 11 เดือน อดอยากจนเสียชีวิตเป็นศพอยู่พี่สาววัย 2 ขวบในห้องเช่าแห่งหนึ่งที่เมืองเคียฟ ประเทศยูเครน ซึ่งแม่ของเด็กคือ วลาดิสลาวา พอดชัปโก วัย 20 ปี โดยเธอได้ทิ้งลูกเล็ก ๆ ทั้ง 2 รายให้อยู่กันตามลำพังถึง 9 วัน ส่วนตนเองไปอยู่กับแฟนหนุ่มคนรัก

 
           จากรายงานระบุว่า เด็กชายดานิอิล น้องชายคนเล็กเสียชีวิตจากการขาดอาหาร หลังจากวลาดิสลาวา ผู้เป็นแม่ทิ้งไปในวันที่ 6 ทำให้แอนนา ซึ่งเป็นพี่สาวที่ยังไม่รู้ประสีประสา ต้องอาศัยอยู่กับศพของน้องชายตัวน้อยอยู่นานถึง 3 วันด้วยกัน กว่าผู้เป็นแม่จะกลับมา

  
         ขณะที่ เด็กหญิงแอนนา อยู่ในสภาพอดอยาก อิดโรย และอ่อนแรงมาก จนเกือบจะเสียชีวิตเช่นเดียวกัน แต่ยังมีลมหายใจอยู่ เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว ทางแพทย์ต้องให้อาหารเหลวผ่านทางหลอดเลือดดำ กระทั่งตอนนี้เธอปลอดภัยแล้ว อาการเริ่มดีขึ้น สามารถให้อาหารอ่อนได้บ้างเล็กน้อย

           จากรายงานเปิดเผยว่า เด็กน้อยทั้ง 2 ราย ที่ถูกทิ้งไว้มีอาการหวาดกลัวและสับสนพยายามที่จะหาทางหนีออกมาจากห้องที่ถูกปิดล็อก เนื่องจากพบว่ามีร่องรอยการดึงและฉีกที่ประตูหน้า นอกจากนี้ เพื่อนข้างของยังเผยว่า ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ในตอนเช้าและตอนเย็น ซึ่งตอนนั้นไม่มั่นใจว่าจะเกิดเหตุร้าย จึงไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

  
          ภายหลังวลาดิสลาวา ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไปขัง และทราบว่า เธอกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่ 3 กับแฟนหนุ่ม โดยเธอได้ให้การสารภาพว่า "ฉันไม่รู้ว่าลูก ๆ จะตายได้" ซึ่งคาดว่าจะถูกโทษจำคุกถึง 8 ปี ฐานละเลยการดูแลบุตร ส่วนเด็กหญิงแอนนา หลังจากหายดี ทางเจ้าหน้าที่จะส่งไปยังสถานสงเคราะห์ เผื่อว่ามีคนอุปถัมป์รับไปเลี้ยง หรือหากพ่อของเธอสามารถเลี้ยงดูได้ ก็จะให้รับไปเลี้ยงเอง 

 
           ด้านโลกออนไลน์ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์วลาดิสลาวาอย่างหนักหน่วง โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าในโซเชียลมีเดียของเธอก็ดูเหมือนเธอรักลูก ๆ ทั้ง 2 คนมาก มีรูปถ่ายด้วยกันมากมาย ไม่น่าจะมีปัญหาจนเกิดเหตุสลดนี้ได้ พร้อมกันนี้ยังได้แสดงความเห็นว่า การกระทำของเธอน่ารังเกียจ โหดร้ายไม่ต่างอะไรไปจากปิศาจหรือสัตว์เดรัจฉาน

ภาพจาก vk.com
http://hilight.kapook.com/view/146267

Wednesday, December 7, 2016

ชาวเน็ตช็อกหนัก หอพักจีนใช้เทปกาวแปะซ่อมรอยร้าว หวั่นถล่มทับนิสิต




       ชาวเน็ตจีนพากันหวาดหวั่น กลัวนิสิตโดนตึกหอพักถล่มทับตาย หลังพบทางมหาวิทยาลัยดำเนินการซ่อมตึกหอพักที่แตกร้าวด้วยการใช้ "เทปกาว" แปะทับตามรอย ซ้ำยังเผย ตึกปกติดี แข็งแรงปลอดภัย แค่มีรอยแตกภายนอกเท่านั้น

       เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2559 เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ เผยว่า หลังจากที่มีภาพหอพักนิสิตของมหาวิทยาลัยเทคนิคยูนนาน วิทยาเขตเมืองคุนหมิง ประเทศจีน เผยแพร่ลงบนอินเทอร์เน็ต ก็ได้ก่อให้เกิดกระแสความกังวลในความปลอดภัยของเหล่านิสิตที่อาสัยอยู่ เนื่องจากว่าสภาพด้านนอกของหอพักดังกล่าวนั้น  เต็มไปร่องรอยแตกร้าว และถูกซ่อมโดยการใช้เทปกาวปิดทับ ขณะที่ทางมหาลัยได้ออกมายืนหยัดเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าตึกหอพักนั้นปกติ แข็งแรงดี ไม่มีอะไรต้องกังวล

  
           สำหรับตึกหอพักที่เป็นปัญหานี้เป็นตึกใหม่ที่มีอายุการใช้งานแค่เพียง 6 เดือนเท่านั้น แต่ถึงกระนั้นเมื่อนิสิตได้ย้ายเข้ามาพัก ก็เริ่มพบปัญหา รอยร้าวบนตัวตึกเริ่มปรากฏให้เห็น เมื่อนิสิตแจ้งไปทางมหาวิทยาลัย ทางมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ส่งช่างมาแก้ไขโดยทันทีด้วยการใช้ "เทปกาว" แปะทับตามรอยร้าว แตกตรงไหนก็แปะทับตรงนั้น ซึ่งรอยแตกร้าวนั้นมีเยอะมาก จึงสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่า มีเทปกาวแปะไปทั่วทั่วตึก ก่อให้เกิดเป็นลวดลายแบบใหม่ที่ดูแล้ว "สวยงามนำแฟชั่น"


         ชาวเน็ตจีนได้พากันแนะนำให้นิสิตย้ายออกจากหอพักนี้ซะ เพราะกลัวว่ามันอาจจะถล่มลงมาเมื่อไรก็ได้ และเมื่อมหาวิทยาลัยเห็นคำวิจารณ์เช่นนี้ ก็ได้ออกมาชี้แจงทันที โดยกล่าวว่า การที่ตึกคอนกรีตมีรอยแตกร้าวเกิดขึ้นด้านนอกนั้น ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาอย่างมาก และมันก็เกิดขึ้นแค่ด้านนอกเท่านั้น โครงสร้างภายในยังแข็งแรงดีไม่มีปัญหาอะไร

  
       เมื่อชาวเน็ตเห็นคำชี้แจงดังนั้นก็พาก็บ่นว่า ช่างเป็นการซ่อมที่ทุเรศสิ้นดี และก็ได้แสดงความเห็นอย่างประชดประชันว่า ทางมหาวิทยาลัยกล่าวถูกต้องแล้ว นี่มันคือมิติใหม่แห่งการดีไซน์ มันคือศิลปะชัด ๆ และกล่าวกันว่า ตึกนี้ควรจะยกให้เป็นหอพักของนิสิตคณะจิตรกรรมศาสตร์ เพราะมันคงสามารถสร้างแรงบันดาลใจทางศิลปะได้มากเลยทีเดียว

 
       อย่างไรก็ตาม การซ่อมตึกที่แตกร้างด้วยเทปกาวนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นในประเทศจีน โดยก่อนหน้านี้ในปี 2557 ตึกตึกหนึ่งในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป๋ย ที่แตกร้าวภายนอกก็ถูกซ่อมด้วยเทปกาวไปทั้งตึกเช่นกัน ดังนั้น อาจจะเรียกได้ว่ามันคือนวัตกรรมการซ่อมอาคารแบบหนึ่งโดยเฉพาะก็ว่าได้

ภาพจาก xw.qq.com, news.sohu.com
http://hilight.kapook.com/view/146195

Monday, December 5, 2016

ปรากฎการณ์ที่หาดูยาก!!! "รุ้งไฟ" ที่คุณไม่เชื่อว่ามันเกิดขึ้นจริงๆบนโลกของเรา !?




ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพนักบินที่นำเครื่องขึ้นที่สนามบินบอมเบย์  ประเทศอินเดีย ได้ถ่ายภาพท้องฟ้าที่เรียกว่า fire rainbow (รุ้งไฟ) ซึ่งหาดูได้ยากเพราะจะเกิดขึ้นเมื่อพระอาทิตย์อยู่เหนือเส้นขอบฟ้า 58 องศาซึ่งแสงจะผ่านก้อนเมฆชั้นสูงและผลิตน้ำแข็งลงมาสวยมาก

  
สำหรับรุ้งไฟ Fire Rainbow เกิดจากผลึกน้ำแข็งในเมฑเซอรัส ที่อยู่สูงมาก กระทบกับแสงอาทิตย์แล้วแสงเกิดหักเหออกจากผลึกน้ำแข็ง จนทำให้เห็นเป็นสีรุ้งรูปแบบดังกล่าวจากพื้นดิน และปรากฎการณ์นี้ จะเห็นได้ทั่วไปในสหรัฐอเมริกา แต่ค่อนข้างจะพบได้ยากในพื้นที่ทางตอนเหนือของยุโรป












เรียบเรียงโดย...ธิดารัตน์
ขอบคุณที่มา:http://headshot.tnews.co.th/contents/215762/

โพสท์โดย: SpiderMeaw

Tuesday, November 29, 2016

ตื่นตา ทหารจีนโชว์สาดน้ำร้อนกลางอากาศหนาวสุดขั้ว กลายเป็นน้ำแข็งสุดงดงาม


          ทหารเขตชายแดนจีนโชว์สาดน้ำเดือดกลางอากาศหนาวสุดขั้ว -50 องศา กลายเป็นเส้นเรียงรายพุ่งออกไปราวกับลูกธนูน้ำแข็ง สวยงามตื่นตา ยามอาทิตย์อัศดง
          เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 เว็บไซต์ hq.xinhuanet.com ของประเทศจีนได้เผยแพร่ภาพชวนตื่นตา จากบริเวณเขตเฮยเหอ มณฑลเฮย์หลงเจียง ซึ่งตั้งอยู่เหนือสุดทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ที่ขณะนี้หิมะตกหนักและอากาศหนาวจัดอุณหภูมิติดลบ ตอนกลางวัน อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ -10 องศาเซลเซียส และต่ำสุดอยู่ที่ -26 องศาเซลเซียส


          โดยหยู เต้า ทหารนายหนึ่งในพื้นที่ ได้ออกมาโชว์สาดน้ำเดือดอุณภูมิ 100 องศา ขึ้นไปในอากาศ จนเกิดเป็นเส้นน้ำแข็งเรียงกัน บังเกิดเป็นภาพงดงามชวนน่าตื่นตา โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ฉากหลังเป็นพระอาทิตย์ตกดิน 

          ทั้งนี้บริเวณดังกล่าวนับว่าเป็นเขตเทือกเขาสูงที่มีชื่อเสียงของประเทศจีน มีฤดูหนาวมากถึง 6 เดือน และเคยมีอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ -47 องศาเซลเซียส และแนวแม่น้ำชายแดน มีอุณหภูมิต่ำสุดถึง -50 องศาเซลเซียส ด้วยสภาพอากาศเช่นนี้ ทำให้น้ำในแม่น้ำเกาะตัวเป็นน้ำแข็งหนาถึง 5 เมตรเลยทีเดียว 


          สำหรับการสาดน้ำเดือดขึ้นไปในอากาศเช่นนี้ เป็นที่นิยมในต่างประเทศที่มีอากาศหนาวแบบสุดขั้ว ความร้อนจัดของน้ำเดือดเมื่อปะทะกับอากาศเย็นจัด เลยบังเกิดเป็นละน้ำแข็งในทันที ประเทศเขตร้อนจึงไม่สามารถสร้างปรากฏการณ์เช่นนี้ได้  




ภาพจาก news.qq.com
http://hilight.kapook.com/view/145776

Saturday, November 26, 2016

อย่าทะเลาะกันเด็ก ๆ พี่ตูบไซส์บิ๊กกระโดดเข้ากอดห้ามศึกพี่น้อง คนแห่ชมหลายล้านวิว



         โลกออนไลน์แชร์คลิปเจ้าตูบไซส์บิ๊กแสนรู้ กระโดดเข้าห้ามศึกพี่น้องทะเลาะกัน ชาวเน็ตประทับใจเข้าไปดูหลายล้าววิว แต่สงสัย ทำไมคนถ่ายไม่ห้าม

          เป็นปกติที่เวลาใครมีพี่มีน้อง อาจจะต้องทะเลาะกันด้วยเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ และมักจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ ที่เข้ามาห้ามลูก ๆ ทุกที แต่ครั้งนี้ ดูเหมือนว่ากรรมการหย่าศึกจะไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากเจ้าตูบไซส์บิ๊กที่เลี้ยงเอาไว้นั่นเอง



         โดยโลกออนไลน์ได้พากันแชร์คลิปวิดีโอคลิปหนึ่งที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมาก หลังจากถูกนำมาโพสต์โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ 阿中 เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 เป็นคลิปของสองพี่-น้องเด็กชายคู่หนึ่งกำลังทะเลาะกันอย่างหัวฟัดหัวเหวี่ยง ผลัดกันเตะ ผลัดกันตีกันไปมา โดยคนน้องทั้งตีไปร้องไห้ไป และที่เห็นเพิ่มอีก 1 ชีวิตคือ เจ้าตูบสีขาวตัวใหญ่ คอยกระโดดเข้ากอดห้ามศึกของเด็กชายทั้งคู่ ในตอนแรกก็ห้ามฝ่ายพี่จนหยุดตีน้องได้ ก่อนที่จะไปกระโดดเข้าฝ่ายน้องจนหยุด แต่พี่กลับมาตีแทน

         โดยเหตุการณ์ดังกล่าวระบุว่าเกิดขึ้นที่ประหลังหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น โดยหลังจากถูกนำมาโพสต์ได้เพียง 2 วัน ก็มีผู้ชมกดเข้าไปชมกว่ามากกว่า 5.2 ล้านวิวแล้วขณะนี้ (27 พฤศจิกายน 2559) แม้ว่าจะมีหลายคนประทับใจเจ้าตูบแสนรู้ที่เข้าห้ามศึกครั้งนี้ แต่ก็อดตั้งคำถามไม่ได้ว่า แล้วทำไมคนที่ถ่านคลิปหรืออยู่ในบ้านไม่เข้าห้ามเด็ก ๆ ทั้งคู่

ภาพจากเฟซบุ๊ก 阿中
http://hilight.kapook.com/view/145704