Showing posts with label ข่าวต่างประเทศ. Show all posts
Showing posts with label ข่าวต่างประเทศ. Show all posts

Sunday, August 30, 2020

สะพรึง ! พบเต่าอัลลิเกเตอร์ยักษ์ หนักเกือบ 50 กก. ราวกับหลุดมาจากยุคดึกดำบรรพ์


นักวิจัยในฟลอริดา สหรัฐฯ จับเต่าอัลลิเกเตอร์ยักษ์ น้ำหนักตัวเกือบ 50 กิโลกรัม หน้าตาสะพรึงราวกับหลุดมาจากยุคดึกดำบรรพ์ คาดอายุอยู่ระหว่างช่วง 40-80 ปี

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2563 เว็บไซต์ฟ็อกซ์นิวส์ เผยว่า เฟซบุ๊กสถาบันวิจัยปลาและสัตว์ป่าในฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ได้แชร์ภาพพร้อมรายงาน ระบุว่า ทีมเจ้าหน้าที่พบเต่าอัลลิเกเตอร์ยักษ์ ในพื้นที่เขตเกนส์วิลล์ จำนวน 2 ตัว เป็นตัวผู้และตัวเมีย ตัวผู้หนัก 100 ปอนด์ (ประมาณ 45 กิโลกรัม)  ส่วนตัวเมียหนัก 46 ปอนด์ (ประมาณ 20 กิโลกรัม)

ทางเจ้าหน้าที่เผยว่า แม่น้ำ The New River เป็นธารน้ำที่มีผลผลิตทางชีวภาพต่ำ ดังนั้นการพบเต่าขนาดใหญ่ในลำธารขนาดเล็กเช่นนี้ จึงถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติ เชื่อว่าพวกมันน่าจะถูกคุกคาม โดยคาดว่าเต่าทั้งคู่มีอายุอยู่ช่วงระหว่าง 40-80 ปี ภายหลังจากถ่ายภาพและเก็บข้อมูลทางเจ้าหน้าที่ก็ปล่อยพวกมันกลับสู่ธรรมชาติไป


National Geographic ระบุว่า เต่าอัลลิเกเตอร์ สามารถมีชีวิตอยู่ได้ระหว่าง 50-100 ปี ตัวผู้สามารถมีน้ำหนักได้ถึง 175 ปอนด์โดยเฉลี่ย ขณะที่บางตัวที่พบมีน้ำหนักสูงสุดถึง 220 ปอนด์ ปกติแล้วไม่มีนักล่าตามธรรมชาติ เว้นเสียแต่มนุษย์ ซึ่งส่งผลให้จำนวนของพวกมันลดน้อยลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ลักษณะเฉพาะของเต่าอัลลิเกเตอร์คือ ส่วนหัวและขาใหญ่ จนไม่สามารถหดเข้าในกระดองได้ กระดองหลังมีสันหนาเป็นปุ่ม คล้ายหลังของจระเข้ จึงเป็นที่มาของชื่อ อัลลิเกเตอร์ มันมีดวงตาที่ดุดันน่ากลัว มีจงอยปากแหลม และหางที่หนาใหญ่ 



สำหรับ เต่าอัลลิเกเตอร์ หรือเต่าอัลลิเกเตอร์ สแนปปิ้ง (Alligator snapping turtle) เป็นเต่านํ้าจืดที่ใหญ่ที่สุด อยู่ในวงศ์เต่าสแนปปิ้ง (Chelydridae) ซึ่งเป็นเต่าเพียงชนิดเดียวที่เหลืออยู่ในสกุล Macrochelys ขณะที่ชนิดอื่นได้สูญพันธุ์ไปหมดแล้วตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ มันจึงถือได้ว่าเป็น ซากดึกดำบรรพ์ที่มีชีวิตชนิดหนึ่ง


ขอบคุณข้อมูลจาก Foxnews, FWCResearch, FWC Fish and Wildlife Research Institute
https://hilight.kapook.com/view/205879

Monday, July 13, 2020

เปิดชะตากรรมสลด วาฬสูญฟันเกือบหมดปาก หงุดหงิดแทะขอบสระ หลังถูกขังในธีมปาร์ค

ภาพจาก  One Voice

       เปิดชะตากรรมสลด วาฬเพชฌฆาตสูญเสียฟันเกือบหมดปาก ได้รับความทรมานทั้งกายใจ หลังถูกขังในธีมปาร์ค ชี้แทะขอบสระจนฟันพัง องค์กรสิทธิสัตว์จี้รัฐบาลฝรั่งเศส ยุติการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำในอควาเรียม

       วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 เว็บไซต์ Ladbible รายงานว่า องค์กรสิทธิสัตว์ในประเทศฝรั่งเศส ได้ออกมาเผยภาพชวนช็อกของวาฬเพชฌฆาตกับชะตากรรมน่าสลด หลังพบว่า Inouk วาฬเพชฌฆาตที่ถูกขังอยู่ในธีมปาร์คแห่งหนึ่ง ได้สูญเสียฟันไปจนเกือบหมดทั้งปาก จากการใช้ฟันแทะและกัดกำแพงคอนกรีตในสระของมัน ในช่วงที่ภาวะจิตใจของไม่ปกติ เกิดความหงุดหงิดจากการถูกขังอยู่ในสระ

        สำหรับ Inouk เป็นวาฬเพชฌฆาตที่อยู่ในความดูแลของ Marineland Antibes ธีมปาร์คในโกตดาซูร์ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมือนคานส์และเมืองนีซ ของฝรั่งเศส มันเป็นหนึ่งในสัตว์ทะเลที่ถูกนำมาจัดแสดงอยู่ในสถานที่ดังกล่าว โดยข้อมูลจากองค์กร One Voice  เผยว่า การที่วาฬเพชฌฆาตตัวนี้ต้องอาศัยอยู่ในสระน้ำ ซึ่งมีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับท้องสมุทรที่ควรเป็นแหล่งอาศัยตามธรรมชาติ ทำให้สัตว์ได้รับความทุกข์ทรมานและเกิดภาวะหงุดหงิด นำมาสู่พฤติกรรมกัดแทะกำแพงคอนกรีดในสระ จนฟันเสียหาย นอกจาก Inouk จะเกิดแผลที่เหงือก ฟันสึกไปจนหมด มันยังมีปัญหาในการขย้อน และมีกรดในกระเพาะอาหารด้วย


       One Voice ชี้ว่า ที่จริงแล้วทางองค์กรควรจะได้ประชุมร่วมกับทางการฝรั่งเศสในวันที่ 9 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เพื่อหารือเรื่องการสั่งห้ามไม่ให้มีการกักขังรวมถึงการค้าขายสัตว์ทะเล มันป็นการประชุมที่พวกเขาเฝ้ารอมานาน แต่การประชุมนี้กลับถูกเลื่อนออกไปโดยไม่มีคำอธิบายใด ๆ

        ทางองค์กรยังระบุอีกว่า Inouk ซึ่งเป็นวาฬเพชฌฆาตตัวเดียวในฝรั่งเศสอาศัยอยู่ใน Marineland Antibes การที่มันไปกัดกินแพงของสระ ทำให้มันได้รับความเจ็บปวดทรมานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลกระทบทางร่างกาย อันเกิดจากความทรมานทางจิตใจ

        ขณะนี้ทางองค์กรดังกล่าวยังเรียกร้องให้รัฐบาลฝรั่งเศส สั่งแบนการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำในอคาเรียมด้วย โดยชี้ว่ามีบ่อยครั้งที่ลูกวาฬหรือโลมาคลอดออกมาได้ไม่นานก็ตาย พวกเขายังต้องการให้มีการห้ามซื้อขายสัตว์ทะเล ที่ควรจะได้ใช้ชีวิตอยู่ในธรรมชาติด้วย

        โดย มูเรียล อาร์นัล ประธานผู้ก่อตั้ง One Voice ระบุว่า สัตว์เหล่านี้มีความฉลาดสูงและจำเป็นต้องอยู่ในทะเล สระน้ำไม่อาจทดแทนแหล่งอาศัยตามธรรมชาติของพวกมันได้ ในทะเลพวกมันสามารถว่ายน้ำได้เป็นร้อยไมล์ต่อวัน แต่เมื่อถูกขังอยู่ในกรง ทำให้กล้ามเนื้อของพวกมันอ่อนแอ และเกิดความเบื่อ เธอมองว่าวาฬเหล่านี้ควรได้อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ในมหาสมุทร เพื่อที่มันจะได้ว่ายน้ำในระยะทางไกล ๆ เป็นแนวตรงได้ แทนที่จะว่ายวนอยู่ในสระ ให้พวกมันได้เรียนรู้วิธีออกล่าอาหาร และใช้ชีวิตในสถานที่ที่ได้รับการคุ้มครอง

        ทั้งนี้ One Voice ยังได้ยื่นฟ้องรัฐบาลฝรั่งเศส ที่ปล่อยให้สัตว์น้ำเหล่านี้ได้รับความทรมาน โดยพวกเขาเรียกร้องเงินชดเชยจำนวน 500,000 ยูโร หรือราว 17 ล้านบาท เพื่อจะนำไปสร้างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทางทะเลต่อไป


ขอบคุณข้อมูลจาก Ladbible, one-voice.fr, ladbible.com
https://hilight.kapook.com/view/204264

Saturday, May 30, 2020

ตำรวจอินเดียจับพิราบยัดกรงขัง หลังต้องสงสัยเป็นสายลับข้ามชาติ พบมีรหัสลับ !


          ตำรวจอินเดียจับนกพิราบยัดกรงขัง หลังต้องสงสัยเป็นสายลับข้ามชาติ คาดถูกส่งมาจากปากีสถาน ก่อนเจ้าของนกปรากฏตัว ร้องเป็นนกธรรมดา ขอส่งกลับคืน
 
          เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2563 เว็บไซต์ Unilad เผยรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจอินเดีย ได้ทำการจับกุมผู้ต้องสงสัยว่าเป็นสายลับจากต่างแดน ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเจ้านกพิราบตัวหนึ่ง ภายหลังจากถูกพบว่าบินเข้ามาใกล้บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ชายแดน และดูเหมือนว่าจะมีรหัสลับบางอย่างอยู่ที่ขาของมัน
 
          ตามรายงานของเว็บไซต์ไทม์สออฟอินเดีย ระบุว่า นกพิราบตัวดังกล่าวถูกจับได้เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยชาวบ้านในหมู่บ้านมันยารี ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ฮีรานาการ์ ของรัฐชัมมูและแคชเมียร์ ใกล้กับเขตแดนระหว่างอินเดียและปากีสถาน เป็นคนพบมัน ก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นให้เข้ามาตรวจสอบ แล้วนำตัวมันไปขังกรงไว้

          ลักษณะพิเศษของเจ้านกพิราบที่ทางการอินเดียเชื่อว่าเป็นสายลับตัวนี้คือ มีแหวนสวมอยู่ที่ขาข้างหนึ่งของมัน ซึ่งบนแหวนมีเลขรหัสติดอยู่ นอกจากนี้ตัวของมันยังถูกทาสีชมพูแต้มไว้ด้วย ทางเจ้าหน้าที่เผยว่า ไม่ทราบแน่ชัดว่ามันมาจากไหน ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการสืบสวน
 
          ด้านชาวบ้านรายหนึ่งในพื้นที่ปากีสถาน ได้เผยกับสื่อท้องถิ่นอ้างตัวว่าเป็นเจ้าของนกพิราบตัวดังกล่าว แต่ปฏิเสธว่ามันไม่ใช่นกพิราบสายลับ โดยแหวนที่มีเลขอยู่นั้น เป็นเบอร์โทรศัพท์ที่ตนเขียนติดไว้ ทั้งนี้ เขายังบอกว่า เขาเป็นคนรักนกพิราบ เลี้ยงไว้หลายสิบตัว เมื่อวันก่อนมีงานเลี้ยงที่หมู่บ้านของเขา ที่ตั้งอยู่ใกล้เขตแดนอินเดียประมาณ 4 กิโลเมตร เขาได้ปล่อยนกเพื่อเฉลิมฉลอง ก่อนที่ตัวหนึ่งจะบินหายไป
 
          ชาวปากีสถานรายนี้ได้ร้องเรียนไปยังนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย ให้ส่งนกของตนกลับมา โดยขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามระเบียบข้อปฏิบัติและเคารพซึ่งกันและกัน พร้อมทั้งขอเน้นย้ำว่า นกพิราบ เป็นเพียงสัตว์ผู้บริสุทธิ์ นกพิราบเป็นสัญลักษณ์ของความสงบ ความรัก และความอดทน ไม่มีทางที่มันจะไปเป็นสายลับแน่นอน  

ขอบคุณข้อมูลจาก Unilad, Times of India

Wednesday, February 19, 2020

เหมียวถูกธนูปักหัว คนยิงกะเอาชีวิต โซซัดโซเซรอความตาย แต่พบปาฏิหาริย์

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Animal Welfare League of Arlington

          แมวถูกธนูยิงใส่หัว ลูกธนูทะลุหางตาเข้าไปในตัว อาการสาหัสปางตาย แต่รอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ และได้รับการช่วยเหลือจากคนใจดี

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Animal Welfare League of Arlington

           ย้อนกลับไปในวันวาเลนไทน์ ซึ่งเป็นวันแห่งความรัก และควรเป็นวันแห่งความสุขของทุกคน แต่สัตว์โลกตัวน้อยที่น่าสงสารตัวหนึ่งกลับต้องพบเจอกับชะตากรรมสุดโหดร้ายป่าเถื่อน โดยในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 แมวสีส้มเพศผู้ตัวหนึ่งเดินโซซัดโซเซอยู่ริมถนนในรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย สหรัฐฯ

          เจ้าแมวอยู่ในสภาพอิดโรยและได้รับบาดเจ็บสาหัสมาก มันโดนคนจิตใจอำมหิตยิงธนูใส่หัว เหมือนตั้งใจกะให้มันตาย ธนูดังกล่าวได้พุ่งทะลุบริเวณข้างดวงตาข้างขวา ปักลึกเข้าไปในตัวมัน

          เหมียวรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ แต่ชะตาของมันกำลังจะดับลง ทว่ากลุ่มคนใจดีได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที และพวกเขาพยายามทุกวิถีทาง เพื่อช่วยเหลือแมวน่าสงสารตัวนี้


           เรื่องราวของเจ้าเหมียวน่าสงสาร ถูกหยิบยกมารายงานโดยเว็บไซต์เมโทร เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 โดยเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิช่วยเหลือสัตว์ Animal Welfare League of Arlington ในอาร์ลิงตันเคาน์ตี รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐฯ ได้รับรู้เรื่องราวของเหมียวดังกล่าวและขอรับตัวมันมาดูแลในทันที เพราะถ้าหากไม่มีใครพบเห็น เจ้าเหมียวส้มตัวนี้คงต้องนอนตายอยู่ริมถนน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้พามันไปยังโรงพยาบาลสัตว์เป็นการเร่งด่วน
          สัตวแพทย์พบว่าแผลบริเวณตามีขนาดใหญ่มาก เป็นรูกว้างหลายเซนติเมตร และฟิล์มเอกซเรย์เผยให้เห็นว่าธนูปักทะลุลึกเข้าไปในตัวแมว แต่เคราะห์ดีอย่างยิ่งที่ธนูไม่แทงโดนอวัยวะสำคัญ


            สัตวแพทย์ได้ให้ยาแก้ปวด และรีบทำการผ่าตัดนำธนูออกให้กับเจ้าเหมียวส้ม ขณะนี้มันพ้นขีดอันตรายแล้ว และกำลังพักฟื้นอยู่ที่มูลนิธิ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตั้งชื่อให้กับเหมียวผู้รอดชีวิตว่า คิวปิด (Cupid) ซึ่งมีความหมายว่า กามเทพ เพราะมันถูกช่วยมาได้ในวันแห่งความรัก

          "มันเป็นการผ่าตัดใหญ่ที่สุ่มเสี่ยงมากสำหรับแมวอายุน้อย และผอมซูบ น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ดังนั้นเราระมัดระวังอย่างมาก และพวกเราก็ไม่สามารถการันตีได้ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าคิวปิดจะรอดชีวิตจากการผ่าตัดครั้งนี้หรือไหม แต่เราทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยชีวิตมัน แล้วก็บอกได้เลยว่า เหมียวส้มตัวนี้คือนักสู้ที่แท้จริง" สัตวแพทย์ กล่าว


          หลังจากผ่าตัด คิวปิดได้เผยให้เห็นโฉมหน้าของเจ้าเหมียวที่น่ารัก และขี้อ้อน มันรักมนุษย์ที่ดูแลมัน แม้ว่าจะถูกมนุษย์ทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสมากก็ตาม ทั้งนี้ คิวปิดยังไม่หายสนิทและยังคงต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ที่น่ากังวลก็คือ คิวปิดมีอาการติดเชื้อด้วย ดังนั้นมันคงไม่มีทางหายขาดได้ในข้ามคืน

          ในตอนนี้สัตวแพทย์ต้องรักษามันด้วยการให้ยาฆ่าเชื้อ 2 ตัว แล้วรอดูอาการต่อไปว่าจะมีการติดเชื้ออีกหรือไม่ และจะเป็นการติดเชื้อแบบไหน อย่างไร ทางด้านมูลนิธิก็ได้เปิดระดมทุนเพื่อหาเงินค่าผ่าตัดและค่ารักษาพยาบาลให้กับคิวปิด ซึ่งยอดอยู่ที่ 6,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 202,670 บาท


          ล่าสุด ทางเพจมูลนิธิ Animal Welfare League of Arlington ได้โพสต์อัปเดตอาการของคิวปิด พร้อมกับประกาศข่าวดีว่ามีคนใจบุญร่วมสมทบทุนบริจาคช่วยเหลือคิวปิดอย่างท่วมท้น จนยอดเงินทะลุไปถึง 65,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,026,700 บาท ! ซึ่งนับว่าเกินความคาดหมายไปอย่างมาก เจ้าหน้าที่ทุกคนซาบซึ้งและขอบคุณกับทุกน้ำใจที่ได้รับ คิวปิดเองก็คงยินดีมากเช่นกัน


          ตอนนี้เจ้าเหมียวไม่ต้องไปเร่ร่อนอยู่ข้างถนน และเสี่ยงชีวิตอีกต่อไปแล้ว มันพ้นภัยจากมือคนใจร้าย มาอยู่ในอ้อมกอดของคนใจดี ทั้งนี้ก็ขอให้เหมียวกามเทพน้อย ๆ ตัวนี้หายจากการบาดเจ็บและกลับมาแข็งแรงได้ในเร็ววันนะ




Tuesday, December 3, 2019

แมวเสี่ยวปี้สิ้นท่า ผสมพันธุ์แมวสาว 5 ตัวรวด จนหมดสภาพ นอนแผ่ไร้เรี่ยวแรง

ภาพจาก candymush.com

        แมวหนุ่มหมดสภาพ หลังหลุดจากกรงขณะนอนโรงแรมแมว ตระเวนผสมพันธุ์ตัวเมีย 5 ตัวรวด ในคืนเดียว จนไร้เรี่ยวแรง เจ้าของต้องหอบไปให้น้ำเกลือ เผยล่าสุดฟื้นแล้ว หายฟ้าเหลือง

        เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเคยได้ยินคำว่า ฟ้าเหลือง กันมาบ้าง ซึ่งมักจะใช้ในเชิง 18+ ประมาณว่าทำ "กิจกรรม" อะไรบางอย่าง ติดต่อกันนานเกินไปจนอ่อนเปลี้ยเพลียแรงไปหมด และนั่นไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับคนแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะล่าสุด โมเมนต์แบบนี้ได้เกิดขึ้นกับแมวหนุ่มตัวหนึ่งในจีน ซึ่งวีรกรรมเด็ดดวงของมันได้กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากบนสังคมออนไลน์ สร้างความฮาแก่เหล่าชาวเน็ตเป็นอย่างมาก

         พี่แมวหนุ่มเจ้าชู้ตัวนี้ได้จัดหนักจัดเต็มในอย่างว่า หนักมากชนิดที่หมดแรงคอพับคออ่อน เรียกได้ว่าทั้งฟ้าเหลืองและคางเหลือง เกือบตายกันเลยทีเดียว

         จากการรายงานของเว็บไซต์มิเรอร์ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2562 โดยยอดแมวดังกล่าวมีชื่อว่า เสี่ยวปี้ เป็นเจ้าเหมียวพันธุ์รัสเซียนบลู อาศัยอยู่ในมณฑลกว้างตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน ในช่วงก่อนเกิดเหตุ สามีภรรยาที่เป็นเจ้าของเสี่ยวปี้ มีความจำเป็นต้องพามันไปฝากไว้ที่โรงแรมสัตว์ (pet hotel) แห่งหนึ่ง พร้อมแจ้งให้ทราบว่ามันยังไม่ได้ถูกทำหมัน และคาดหวังว่าทางเจ้าหน้าที่จะดูแลมันเป็นอย่างดี ล็อกกรงของมันให้เรียบร้อย แต่ก็เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น


ภาพจาก candymush.com

            เจ้าของเล่าว่า เมื่อพวกเขาเดินทางไปรับตัวเสี่ยวปี้ในวันรุ่งขึ้น ก็พบว่าแมวสุดที่รักอยู่ในสภาพอ่อนเพลียไร้เรี่ยวแรง ทำให้พวกเขาประหลาดใจมาก และเมื่อเปิดดูภาพในกล้องวงจรปิด ความจริงทุกอย่างก็เปิดเผย โดยทางโรงแรมไม่ได้ให้อาหารให้เสี่ยวปี้มากพอจนมันอิ่มท้อง และพนักงานก็ไม่ได้ล็อกกรงแมวอย่างแน่นหนาพอ จนปล่อยให้แมวเดินเพ่นพ่านไปทั่ว

           และในคืนนั้นเอง เสี่ยวปี้ได้แหกกรงของมันออกไป และได้ตระเวนไปกินตับแมวสาวตัวอื่น ๆ อย่างจัดเต็ม รายงานระบุว่า มันผสมพันธุ์กับแมวตัวเมียในโรงแรมอย่างน้อย 5 ตัว และเมื่อเสร็จกิจ มันก็หมดสภาพ ไม่สามารถลุกขึ้นมาเดินได้เลย แน่นอนว่าเจ้าของไม่พอใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ทางโรงแรมกลับโบ้ยความผิดมาให้ กล่าวหาว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความผิดของเสี่ยวปี้ และมันทำให้เจ้าของแมวตัวอื่น ๆ เดือดร้อน เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าแมวตัวเมียของตนจะถูกผสมพันธุ์

           เจ้าของเสี่ยวปี้จึงโพสต์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนสังคมออนไลน์ จวกการกระทำของทางโรงแรมว่าไร้ความเป็นมืออาชีพในการดูแลสัตว์ จนเสี่ยวปี้ออกไปทำกิจกรรมทางเพศจนสภาพร่อแร่ พวกเขาต้องพามันไปโรงพยาบาลสัตว์ และเสี่ยวปี้ก็ต้องนอนให้น้ำเกลือ ซึ่งหลังจากที่เรื่องนี้ตกเป็นข่าว ทางเจ้าของโรงแรงก็ได้ติดต่อเข้ามาขอโทษเจ้าของเสี่ยวปี้แล้ว พร้อมกับจ่ายเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาลให้เสี่ยวปี้


ภาพจาก candymush.com

           โรงแรมยังระบุอีกว่า หากแมวตัวเมียที่ผ่านการผสมพันธุ์กับเสี่ยวปี้ แล้วตั้งท้องขึ้นมา ทางโรงแรมจะจ่ายเงิน 500 หยวน หรือประมาณ 2,130 บาท เป็นค่าเสียหาย และหากเจ้าของไม่ประสงค์ที่จะเลี้ยงลูกแมว ทางโรงแรมยินดีเป็นคนกลางในการขายลูกแมวให้ ทางด้านเจ้าของแมวตัวเมียเหล่านี้ ก็ได้พูดคุยกับเจ้าของเสี่ยวปี้แล้ว ซึ่งหากแมวตั้งท้อง พวกเขาอาจจะยกลูกแมวให้ หรือไม่ก็แลกเปลี่ยนเป็นเงิน 1,000 หยวน หรือประมาณ 4,260 บาท

           ล่าสุด เสี่ยวปี้อาการดีขึ้น ฟื้นตัว และสามารถกลับบ้านได้แล้ว


https://pet.kapook.com/view215547.html

Thursday, January 11, 2018

ญี่ปุ่นเปิดบริการ งานศพแบบไดรฟ์ทรู ร่วมไว้อาลัยเสร็จสรรพ ไม่ต้องลงจากรถ




        ญี่ปุ่นเปิดบริการให้แขกเข้าร่วมงานศพแบบไดรฟ์ทรู ร่วมแสดงความอาลัยในพิธีได้แบบเสร็จสรรพ โดยไม่ต้องลงจากรถ เผยเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อผู้สูงอายุและคนพิการ

         ในยุคที่ชีวิตต้องรีบเร่ง เวลาเป็นสิ่งสำคัญและมีจำกัด ธุรกิจหลายรายได้เปิดให้ลูกค้าขับรถเข้าไปใช้บริการได้เลย โดยที่ไม่ต้องลงจากรถ หรือที่รู้จักกันว่า ไดรฟ์ทรู โดยบริการที่ว่านี้ใช้เวลาเพียงไม่นานก็เสร็จสิ้น จึงทำให้เกิดความสะดวกและสบายแก่ผู้บริโภค ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนยุคนี้เป็นอย่างมาก

         โดยล่าสุด เว็บไซต์ Rocketnews24 เผยว่า เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2560 สถานฌาปนกิจยูเอดะ มินามิ ไอโชเดน ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองยูเอดะ จังหวัดนากาโนะ ประเทศญี่ปุ่น ได้เปิดบริการงานศพแบบไดรฟ์ทรู ให้แขกที่เดินทางมาเข้าร่วมงานสามารถขับรถเข้าไปแสดงความอาลัยแด่ผู้เสียชีวิตภายในพิธีศพได้เลย โดยสามารถเซ็นลงนาม เขียนข้อความแสดงความอาลัย ทำความเคารพศพ และหยิบผงธูปใส่ลงในที่เผาธูป รวมไปถึงฝากซองเงินให้กับญาติ ผ่านทางหน้าต่างประตูรถได้ทั้งหมดแบบเสร็จสรรพ โดยที่ไม่ต้องลงจากรถเลย

         สำหรับบริการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อตอบสนองสังคมสูงอายุของญี่ปุ่น ที่ปัจจุบันมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น โดยคนกลุ่มนี้จะประสบปัญหาความยากลำบากในการไปต่อแถวเข้าคิวเป็นเวลานานเพื่อรอเคารพศพ หรือบางรายอาจจะมีความไม่สมบูรณ์ทางร่างกาย ก็จะสามารถไปร่วมพิธีศพได้เช่นกัน ทั้งนี้ ครอบครัวของผู้เสียชีวิต ยังสามารถมองเห็นแขกที่ขับรถเข้ามาร่วมงานแบบไดรฟ์ทรู ผ่านทางกล้องวิดีโอที่ติดตั้งไว้ โดยจะเชื่อมต่อสัญญาณภาพไปยังหน้าจอมอนิเตอร์ที่อยู่ภายในงาน 
         
        จูเคน ทาเคฮาระ ผู้อำนวยการสถานฌาปนกิจดังกล่าว เปิดเผยว่า ในตอนแรกมีผู้คนจำนวนหนึ่งมีความเห็นว่า บริการงานศพแบบไดรฟ์ทรูดังกล่าว เป็นการแสดงถึงความไม่เคารพและไม่ให้เกียรติผู้เสียชีวิต รวมไปถึงครอบครัวของผู้เสียชีวิต แต่พอหลังจากเวลาผ่านไป ผู้คนก็เริ่มเข้าใจว่า บริการดังกล่าวมีจุดประสงค์ดีเพื่อผู้สูงอายุและผู้พิการอย่างแท้จริง

         ทั้งนี้ทั้งนั้น บริการไดรฟ์ทรูดังกล่าวนี้ เพียงแค่ช่วยทำให้ผู้คนเข้าไปร่วมพิธีศพได้สะดวกมากขึ้น แต่ขั้นตอนพิธีการต่าง ๆ ก็ยังคงอยู่เช่นเดิม และที่สำคัญคือความตั้งใจของผู้ที่ไปร่วมงาน ที่ต่างมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ ต้องการจะไปแสดงความเสียใจและบอกลาคนที่รักเป็นครั้งสุดท้าย สิ่งนั้นต่างหากคือเป้าหมายที่แท้จริง 

https://hilight.kapook.com/view/165662

Sunday, December 10, 2017

ทีมงานน้ำตาไหล ถ่ายคลิปหมีขั้วโลกอดอยาก-คุ้ยขยะกิน รอวันตายช้า ๆ




          ทีมงานถ่ายทำสารคดีสุดเศร้า ยืนน้ำตาไหลพราก ถ่ายคลิปหมีขั้วโลกอดอยากผอมแห้ง ประคองร่างคุ้ยถังขยะหาอาหารประทังชีวิต รอวันตายอย่างช้า ๆ


          เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2560 เว็บไซต์อินดิเพนเดนท์ เผยรายงานชวนเศร้าระบุว่า ทีมงานถ่ายทำสารคดีได้เปิดเผยภาพถ่ายสุดสะเทือนใจ แสดงให้เห็นชะตากรรมของหมีขั้วโลกตัวหนึ่ง ที่อยู่ในสภาพผอมโซจนเห็นกระดูก กำลังต่อสู้กับความหิวโหยเพื่อเอาชีวิตรอด พยายามพาร่างที่อ่อนล้าใกล้และจะหมดแรงเต็มที ไปคุ้ยเขี่ยหาอาหารในถังขยะกิน ภายในพื้นที่ที่ไม่มีน้ำแข็ง ตามธรรมชาติที่มันควรจะเป็น  


          พอล นิกเลน ช่างภาพและผู้สร้างภาพยนตร์จากกลุ่มซีเลกาซี ( Sea Legacy) องค์กรเอกชนด้านสังคม พร้อมกับกลุ่มทีมงาน เป็นผู้พบเห็นหมีขั้วโลกตัวดังกล่าว บริเวณเกาะแบฟฟิน ของประเทศแคนาดา ในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา โดยนิกเลน เผยว่า เขาเคยเห็นหมีที่อาศัยเติบโตในป่าแถบพื้นที่ห่างไกลทางตอนเหนือของแคนาดา แต่สำหรับหมีขั้วโลกนั้น พวกเขาไม่ได้เตรียมใจที่จะเห็นภาพเช่นนี้นี้มาก่อน 

 
          "พวกเรายืนร้องไห้กันที่ตรงนั้น ถ่ายไปพร้อมน้ำตาที่ไหลพรากอาบแก้ม" นิกเลน กล่าวกับรายงานของเนชั่นแนลจีโอกราฟิก

  
           ทั้งนี้ นิกเลน เผยว่า เขาอยากที่จะเข้าไปช่วยเหลือ แต่ไร้ซึ่งหนทาง เนื่องจากไม่มีทั้งปืนยิงยาสลบ หรือเนื้อสัตว์ไขมันสูงสำหรับมัน พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะบันทึกภาพของมันเอาไว้ เพื่อที่ว่าการตายของมันจะได้ไม่สูญเปล่า

 
          "นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าหมีขั้วโลกกำลังจะสูญพันธุ์ ผมอยากให้ผู้คนได้ตระหนักว่ามันเป็นเช่นไร หมีกำลังจะอดตาย และนี่แหละคือสภาพของมัน" นิกเลน กล่าว

 
          รายงานเผยว่า หมีขั้วโลกอาศัยทะเลน้ำแข็งในการออกล่าหาอาหารหลักของมัน อันได้แก่ แมวน้ำ แต่ภายหลังจากเกิดภาวะโลกร้อน สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบให้น้ำแข็งในแถบอาร์กติกละลาย และหมีเหล่านั้นต้องประสบภาวะอดอยาก ทั้งนี้ ในรายงานการวิจัยของสหภาพภูมิศาสตร์ยุโรป (European Geosciences Union) ที่ตีพิมพ์เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ยังเผยว่า การละลายของทะเลน้ำแข็งยังคงเป็นภัยที่คุกคามประชากรหมีขั้วโลก นอกจากนี้ ยังมีรายงานเผยว่า หมีใช้ความรู้สึกของพวกมัน ในการดมกลิ่นหาเหยื่อ โดยพวกมันต้องอาศัยทิศทางของลม แต่จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้น ส่งผลให้พวกมันรับรู้กลิ่นของเหยื่อได้ยากมากขึ้นด้วย 

  
ภาพจาก Instagram paulnicklen
https://hilight.kapook.com/view/164947