Tuesday, April 19, 2016

จีนเมินกระแสวิจารณ์ เปิดใช้งานสไลเดอร์ยักษ์ 5 ชั้นในห้างแล้ว




สไลเดอร์ยักษ์ 5 ชั้นในห้างประเทศจีน เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว ประเดิมให้ลูกค้าวีไอพีทดลองเล่น ดิ่งรวดเดียวถึง ใช้เวลาแค่ 16 วินาที !

          หลังจากเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเขตผู่ตง เมืองเซี่ยงไฮ้ได้ออกมาโปรโมทลูกเล่นชวนตะลึงปนหวาดเสียว เพื่อดึงดูดความสนใจลูกค้าให้มาเที่ยว เป็นสไลเดอร์ขนาดใหญ่ยักษ์ ที่มีความสูงถึง 5 ชั้นด้วยกัน ซึ่งก็ต้องเผชิญกับกระแสวิจารณ์ด้านลบเรื่องความปลอดภัยไม่น้อย (อ่านข่าว : จีนเตรียมเปิดใช้สไลเดอร์ยักษ์ในห้าง สูงกว่า 5 ชั้น คนหวั่นอันตราย)

  
          ล่าสุด วันที่ 19 เมษายน 2559 เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ มีรายงานว่า ทางห้างดังกล่าว ได้เปิดใช้งานสไลเดอร์ยักษ์ 5 ชั้น ที่มีความยาว 54 เมตร เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยสไลเดอร์นี้มีชื่อเรียกว่า "แฮปปี้ สไลด์" ซึ่งจะพาผู้เล่นดิ่งจากชั้น 5 ลงสู่ชั้น 1 แบบรวดเดียวถึง ภายในเวลาเพียงชั่วพริบตาแค่ 16 วินาที

          ทางเจ้าหน้าที่ของห้าง เผยว่า ระเบียบคือผู้เล่นจะต้องนำตัวเองเก็บแขนและขา เข้าไปอยู่ในถุงผ้าขนาดใหญ่ที่เตรียมไว้ให้ เพื่อป้องการการเกิดบาดแผลหรือรอยถลอก โดยจะเริ่มให้ลูกค้าวีไอพีได้มีโอกาสก่อนใครในการสัมผัสประสบการณ์พิเศษ ครั้งนี้ ส่วนประชาชนทั่วไปจะได้ใช้เร็ว ๆ นี้ โดยไม่ต้องเสียค่าบริการ

  
              หนึ่งในลูกค้าวีไอพีที่ได้ลองเล่น สไลเดอร์แล้ว เผยว่า มันรู้สึกน่ากลัวมาก ๆ เพราะขณะที่อยู่ในท่อโค้งนั้นมือเขารู้สึกชาไปหมด และเมื่อสไลด์ตัวลงมาก็ยิ่งน่ากลัวมากขึ้นไปอีก ส่วนตัวคิดว่าไม่เหมาะกับเด็กและไม่ควรให้มาลองเสี่ยง

  
                สำหรับก่อนหน้านี้ ที่ทางห้างได้มีแผนเตรียมเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ถูกเลื่อนมาจนถึงล่าสุด เนื่องจากทางห้างต้องการใช้ระยะเวลาในการทดสอบความปลอดภัย และได้แนะนำว่า ผู้เล่นควรมีอายุตั้งแต่ 7-50 ปี

ภาพจาก hb.qq.com
http://hilight.kapook.com/view/135660

Thursday, April 14, 2016

โชคลอยมาเกย คู่รักชาวอังกฤษเจออ้วกวาฬ มูลค่าสูงลิบกว่า 2.5 ล้าน


          คู่สามี-ภรรยาชาวอังกฤษ โชคก้อนโตหล่นทับ เจออ้วกวาฬ หรืออำพันทะเล คาดมีมูลค่าสูงถึง  2.5 ล้านบาท เผยดีใจมากราวกับฝันเป็นเป็นจริง

          เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2559 เว็บไซต์มิเรอร์ เผยรายงานชวนตะลึงว่า แก รี่ วัย 48 ปี และแอนเจล่า วิลเลียมส์ วัย 49 ปี คู่สามี-ภรรยาชาวอังกฤษ มีอันต้องดีใจสุด ๆ เพราะขณะที่ทั้งสองเดินเล่นอยู่ที่ชายหาดมิดเดิลตันแซนด์ส ใกล้กับอ่าวมอร์คัมบ์ จู่ ๆ ก็ เดินไปพบกับอ้วกวาฬ หรืออำพันทะเลที่มีมูลค่ามหาศาลเข้าโดยบังเอิญ

          แกรี่และแอนเจล่า เผยว่า ขณะ ที่ทั้งคู่เดินอยู่บนชายหาย พวกเขาได้กลิ่นเหม็นคล้ายปลาเน่า จึงเดินตามกลิ่นนั้นเพื่อไปดูต้นตอ ก่อนจะพบก้อนวัตถุประหลาดลักษณะคล้ายก้อนหิน จากนั้นเมื่อลองสังเกตดี ๆ จึงเห็นว่า เจ้าก้อนประหลาดนี้เหมือนกับที่เคยเห็นในหนังสือพิมพ์ มันคืออ้วกวาฬ ที่มีมูลค่าสูง สามารถนำไปสกัดเป็นน้ำหอมได้ จึงได้นำห่อผ้าพันคอนำกลับบ้านไป

 
          หลังจากกลับถึงบ้าน ในเมืองโอเวอร์ตัน มณฑลแลงคาเชอร์ แกรี่ได้นำอ้วกวาฬก้อนนี้ไปชั่งน้ำหนักได้ 1.57 กิโลกรัม ซึ่งหลังจากสอบถามกับผู้ค้า คำนวณราคาคร่าว ๆ ได้ประมาณ 50,000 ปอนด์ หรือราว 2.5 ล้านบาท โดยตอนนี้ทั้งคู่ได้เก็บรักษาไป พร้อมกับได้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจากฝรั่งเศส และนิวซีแลนด์เพื่อพิจารณาเรื่องการขาย

          ทั้งนี้ อ้วกวาฬ หรืออำพันทะเล (Ambergris) มาจากการสำรอกหรือการขับถ่ายของวาฬสเปิร์ม มีลักษณะเป็นก้อนไขมันแข็ง ๆ เมื่อถูกขับออกจากตัววาฬช่วงแรก ๆ จะมีกลิ่นเหม็นมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป จะเกิดปฏิกิริยากับอากาศและแสงแดด ทำให้ลักษณะของมันจะเปลี่ยนไปมีลักษณะคล้ายกับอำพัน และจากกลิ่นเหม็นก็จะเปลี่ยนเป็นกลิ่นหอม



ภาพจาก Twitter @katetimmarty, @itsrealH

http://hilight.kapook.com/view/135491 

Tuesday, April 12, 2016

อลหม่านสิงานนี้ คู่รักฝาแฝดจ่อศัลยกรรมใบหน้าให้แตกต่าง หลังมีการสวีทผิดคู่ !




          เหมือนกันจนเป็นเรื่อง คู่รักแฝดสาวเข้าวิวาห์กับแฝดชาย แต่หลังงานแต่งงานแล้วก็ตัดสินใจจะศัลยกรรมใบหน้า เพราะประสบปัญหาจับผิดคู่...

          คู่วิวาห์ฝาแฝดชาวจีนคู่นี้เหมือนกันจนแยกแทบไม่ออก และเพราะความเหมือนนี่เองที่สร้างความปวดหัวได้ไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2559 เว็บไซต์เดอะซัน ได้เผยเรื่องราวว่า หยุ่น เฟย และ หยุ่น หยาง สาวฝาแฝด แต่งงานกับหนุ่มฝาแฝด จ้าว ซิน กับ จ้าว ซวน ที่น่าแปลกใจก็คือ ทั้ง 4 คน อายุ 22 ปีเท่ากันทั้งหมด และพักอาศัยอยู่ห่างกันเพียงเกือบ 10 กิโลเมตรเท่านั้น อีกทั้งยังเข้าเรียนที่โรงเรียนเดียวกันในมณฑลส่านซี แต่ทั้งสองคู่ไม่เคยพบกัน จนกระทั่งเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ก็เพิ่งได้มาเจอกันเป็นครั้งแรกผ่านการแนะนำจากแม่สื่อ หลังจากนั้น หยุ่น เฟย ก็เริ่มคบหากับจ้าว ซิน ส่วนหยุ่น หยาง ก็คบกับจ้าว ซวน ไปพร้อม ๆ กัน

 
         หลังจากผ่านไป 1 เดือน พ่อของฝ่ายชายก็ทำการหมั้นหมายสาวแฝดให้ลูกชาย ก่อนจะจัดพิธีแต่งงานขึ้นในวันตรุษจีนที่ผ่านมา แต่ด้วยความที่ฝาแฝดทั้ง 2 คู่นี้เหมือนกันมาก ๆ ทำให้แม้กระทั่งในงานแต่งงานเอง ก็ต้องมีการเช็กแล้วเช็กอีกเพื่อย้ำให้แน่ใจว่า ทั้ง 2 คู่พี่น้องแฝดได้เข้าคู่กันอย่างถูกต้อง ไม่มีการสลับคู่ ทว่าก็ไม่วายเกิดการเข้าใจผิดขึ้นอยู่ดี

          ในงานวิวาห์ในช่วงเย็น เจ้าบ่าวหนึ่งในแฝดชาย ดันเดินไปจูงมือเจ้าสาวผิดคน จนหมดบรรยากาศความโรแมนติกไปเลย นอกจากนี้ในตอนไปฮันนีมูนที่ทั้ง 4 คนพากันไปนั่งดูพระอาทิตย์ตกด้วยกัน จู่ ๆ สาวหยุ่น หยาง ก็ไปหยอกล้อตีหนุ่มจ้าว ซิน ซึ่งเป็นพี่เขย เนื่องจากเข้าใจผิดว่าเป็นสามีตัวเอง


 
         ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตัดปัญหาทั้งหมดที่ได้เกิดขึ้น หรือกำลังจะเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต ทั้ง 2 คู่จึงตัดสินใจไปหาศัลยแพทย์ที่เซี่ยงไฮ้ เพื่อจะทำการผ่าตัดศัลยกรรมใบหน้าเสียให้รู้เรื่องรู้ราวกันไปเลย คราวนี้จะได้แยกออกกันเสียทีว่าใครเป็นใคร แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ก่อนเข้าผ่าตัดก็ต้องยืนยันตัวตนอย่างละเอียดรอบคอบอีกที ก่อนจะเริ่มทำการศัลยกรรมจริง ๆ

 
          ก็หวังว่าได้รับการศัลยกรรมแล้วคงจะไม่มีปัญหาผิดฝาผิดตัวให้ปวดหัวกันอีกเน อะ ไม่อย่างนั้นคราวนี้เป็นเรื่องใหญ่แน่นอนล่ะ ^^”




ภาพจาก aboluowang.com, weixinyidu.com 
http://hilight.kapook.com/view/135368

Sunday, April 10, 2016

ราชาเพลย์บอยฉุนข่าวซื้อหญิง โต้จำเป็นตรงไหน ก็มีสาวล้อมหน้า-หลังอยู่แล้ว !


 

แดน บิลเซอเรียน เศรษฐีหนุ่มหล่อล่ำ ฉายาราชาเพลย์บอยแห่งอินสตาแกรม ฉุนโดนหาว่าจ่ายเงินซื้อหญิง ซัดไม่เคยทำเรื่องพรรค์นี้ ถึงส่วนตัวจะไม่ต่อต้านการซื้อเซ็กส์ แต่มันไม่เห็นจำเป็น เพราะมีสาว ๆ ล้อมหน้าล้อมหลังอยู่แล้วเพียบ !

         เขา คือหนุ่มอเมริกันวัย 35 ปี ที่ผู้ชายทั้งโลกต้องอิจฉาตาร้อน เพราะนอกจากจะรวย(มาก) จากการเป็นนักโป๊กเกอร์มืออาชีพที่ทำเงินได้อย่างอู้ฟู่ หล่อเหลามีเสน่ห์ แถมหุ่มล่ำบึ้กแล้ว ชีวิตของ แดน บิลเซอเรียน ผู้ที่โลกออนไลน์ตั้งสมญานามในว่า "ราชาเพลย์บอยแห่งอินสตาแกรม"  (Instagram’s Playboy King) ยังถูกห้อมล้อมด้วยสาว ๆ สวยแซ่บอยู่ตลอดเวลา แต่ล่าสุด (8 เมษายน 2559) เว็บไซต์ brobible รายงานว่า ไม่นานมานี้เขาดันตกเป็นข่าวให้ต้องเสียหน้าอย่างแรง หลังมีสาวสวยในโลกออนไลน์ออกมาเผยว่า เธอถูกติดต่อขอซื้อตัวไปแฮงก์เอาท์กับราชาเพลย์บอย แต่ซอรี่นะจ๊ะ เธอไม่ง่ายและทิ้งข้อตกลงนั้นไปแบบไม่เสียดายสักนิด 

 
         ข่าวนี้ทำพี่แดนฉุนจัด เพราะมันเท่ากับหักเหลี่ยมเพลย์บอยอย่างร้ายกาจ ถึงขั้นออกมาแถลงผ่านอินสตาแกรม ยืนยันว่าตนเองไม่เคยมีพีอาร์หรือตัวแทนที่จะคอยไปตามตื๊อซื้อสาว ๆ ให้มากินข้าวหรือไปเที่ยวด้วยกัน ถ้าสาวคนไหนถูกคนที่อ้างว่าเป็นตัวแทนของเขาติดต่อไป ขอให้รู้ไว้เลยว่าโดนต้มแล้วล่ะเธอจ๋า พร้อมตัดจบด้วยประโยคชวนหมั่นไส้นิด ๆ ว่า "ถึงโดยส่วนตัวผมจะไม่ได้ต่อต้านการจ่ายเงินซื้อเซ็กส์ แต่ผมก็ไม่ทำหรอกนะ นั่นมันเท่ากับจ่ายเงินซื้ออากาศชัด ๆ" ก็พี่แดนแกมีสาว ๆ ล้อมหน้าล้อมหลังอยู่แล้วเป็นฮาเร็ม จะหลับตาลืมตา หรือหายใจเข้า-ออก ก็มีผู้หญิงห้อมล้อมทั้งซ้ายขวาหน้าหลัง จะต้องให้ตังค์กระเด็นไปกับเรื่องนี้อีกทำไม


           แหม ชีวิตเขานี่เขาจะเลิศเลอเว่อร์วัง หล่อ รวย เลือกได้อะไรขนาดนี้ นี่มันชีวิตในฝันของคุณผู้ชายคนไหนบ้าง สารภาพมาซะดี ๆ !!  














ภาพจาก Instagram danbilzerian  
http://hilight.kapook.com/view/135305 

Saturday, April 9, 2016

เปิดคดีช็อก ! 2 เด็กหญิงวัย 13-14 ก่อฆาตกรรมโหด ทารุณเหยื่อดับคาบ้าน




        สองเด็กหญิงอังกฤษวัยเพียง 13 และ 14 ปี ร่วมก่อคดีฆาตกรรมโหด ใช้ข้าวของทั้งโต๊ะกาแฟ ทีวี พลั่ว และอื่น ๆ กระหน่ำฟาดเหยื่อผู้ป่วยติดเหล้าวัย 39 ปี ทารุณอยู่ร่วม 5 ชั่วโมง ดับอนาถคาบ้านพักตัวเอง

         เมื่อวันที่ 5 เมายน 2559 สำนักข่าวบีบีซี รายงานความคืบหน้าคดีฆาตกรรมนางแองเจลา ไรท์สัน อายุ 39 ปี ชาวเมืองฮาร์เทิลพูล ประเทศอังกฤษ ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม 2557 โดยล่าสุดศาลเมืองฮาร์เทิลพูลได้พิจารณาให้ 2 ผู้ต้องเพศหญิง ซึ่งปัจจุบันอายุ 14 และ 15 ปีตามลำดับ มีความผิดจริงฐานก่อเหตุฆาตกรรม ถือเป็นคดีสะเทือนขวัญที่น่าตระหนกตกใจอย่างมากสำหรับชาวอังกฤษ เนื่องจากฆาตกรทั้งสองยังเป็นเพียงเด็ก และยังเป็นเด็กผู้หญิงทั้งคู่ด้วย

 
         นางแองเจลา ผู้เป็นเหยื่อ เป็นผู้ป่วยโรคแอลกอฮอลิซึ่มหรือติดสุราเรื้อรัง และรู้จักกับฆาตกรเด็กทั้งสองในระดับหนึ่ง เพราะเคยช่วยซื้อสุราและบุหรี่ให้เด็กทั้งคู่เป็นครั้งคราว โดยในวันเกิดเหตุ เด็กหญิงทั้งสองราย ซึ่งขณะนั้นอายุ 13 และ 14 ปี ได้ไปที่บ้านของนางแองเกลา เพื่อจะให้เหยื่อไปซื้อบุหรี่และสุราให้ แต่สุดท้ายก็จบลงที่การฆ่าอย่างทารุณ 

 
         ศพของนางแองเจลาถูกพบอยู่ในห้องนั่ง เล่นภายในบ้านเธอเอง ในสภาพเปลือยตั้งแต่เอวลงมา รอบตัวท่อนล่างมีเศษแก้วแตกและก้อนกรวดกระจัดกระจายอยู่รอบ ๆ ตามรายงานจาก thenorthernecho ยังระบุว่า ใน รูหูของเธอมีเถ้ากระดาษที่ไหม้ไฟถูกยัดไว้ด้วย ทั้งตัวมีร่องรอยถูกทำร้ายมากกว่า 100 บาดแผล โดยราว 80 แผลเกิดขึ้นที่บริเวณใบหน้า จากการถูกวัตถุหลายชนิดฟาดและทุ่มใส่ อาทิ แท่งไม้ที่ปลายมีน็อตติดอยู่ กรอบรูบ กาต้มน้ำ โต๊ะกาแฟ และยังพบโทรทัศน์กับพลั่วที่มีคราบเลือดเปื้อนอยู่ในที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบพยาธิสภาพชี้ว่า นางแองเจลาถูกทารุณต่อเนื่องราว 5 ชั่วโมง จนกระทั่งเสียชีวิต  



         หลังก่อเหตุแล้ว เด็กหญิงทั้งสองได้โทรศัพท์ขอให้ตำรวจพาพวกเธอกลับไปสงที่บ้าน โดยยังถ่ายคลิปสั้นโพสต์ลงในแอพพลิเคชั่น snapchat ด้วยใบหน้าร่าเริง พร้อมข้อความว่ากำลังอยู่ในรถตำรวจ ชี้ให้เห็นว่าทั้งคู่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับสิ่งที่เพิ่งทำลงไป นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบรูปเซลฟี่ของพวกเธอกับนางแองเจลาที่ถ่ายในวันเกิด เหตุด้วย ส่วนการจับกุมตัวเด็กทั้งสอง เกิดขึ้นหลังจากที่ผู้เป็นเจ้าของบ้านเข้ามาพบศพนางแองเจลาในวันรุ่งขึ้น และได้แจ้งเรื่องต่อตำรวจ
 

        ในชั้นการสอบสวน เด็กหญิงที่โตกว่ายอมรับว่าได้ทำร้ายนางแองเจลาจริง แต่ไม่เจตนาให้เหยื่อเสียชีวิต และโบ้ยว่าเพื่อนที่อีกคนเป็นผู้บอกให้เธอทำ ขณะเพื่อนผู้ถูกกล่าวหาปฏิเสธว่าไม่มีส่วนร่วมใด ๆ ในการทำร้ายร่างกาย ไม่ได้เป็นคนบอกให้ลงมือ และกล่าวว่าเพื่อนของเธอถูกนางแองเจลาพูดวิจารณ์เรื่องครอบครัว จึงรู้สึกโกรธ และนำมาสู่การก่อเหตุ

         กิล อเล็กซานเดอร์ ผู้บังคับการสภาเมืองฮาร์เทิลพูล เผยว่า กรณีนี้เป็นลักษณะคดีพบเห็นน้อยมาก และในตอนนี้ทุกฝ่ายกำลังพยายามทุกหนทางเพื่อให้ทราบและเข้าใจถึงแรงจูงใจที่ ทำให้เด็กทั้งสองก่อเหตุดังกล่าว

         ด้านเจ้าหน้าที่จากสำนักงานอัยการ กล่าวว่า ตลอดชีวิตการทำงาน 25 ปี ไม่เคยเจอกรณีผู้ก่อเหตุฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมที่เป็นเยาวชนวัยต่ำกว่า 15 หนำซ้ำยังเป็นเด็กผู้หญิงมาก่อน ไม่มีใครจินตนาการออกเลยว่าเด็กผู้หญิงกล้าลงมือก่อเหตุทารุณขนาดนี้ได้ อย่างไร

         ทั้งนี้ ศาลจะมีการพิจารณาคดีอีกครั้งในวันที่ 14 เมษายน 



ภาพจาก thenorthernecho 

http://hilight.kapook.com/view/135286 

Friday, April 8, 2016

ภาพความสูญเสียเมืองมรดกโลกที่ซีเรีย เหลือแต่ซากความพินาศหลังสงครามเพราะ IS

 
            เปิดภาพถ่ายสุดสะเทือนใจ เปรียบเทียบสภาพก่อน-หลังเมืองพัลไมรา เมืองโบราณมรดกโลกของซีเรีย เหลือเพียงเศษซากความพินาศ สูญสิ้นสมบัติและอารยธรรมของมวลมนุษยชาติ ผลจากสงครามที่นำมาโดย IS
            ประเทศซีเรีย ดินแดนที่เคยมีสิ่งปลูกสร้าง โบราณสถานทางประวัติศาสตร์ รวมไปถึงอารยธรรมเก่าแก่ที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาตั้งแต่โบราณกาล โดยเฉพาะที่เมืองพัลไมรา ซึ่งเมืองโบราณที่ได้รับการยกเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก ทว่าหลังจากถูกกลุ่มก่อการร้ายผู้เหี้ยมโหดระดับโลกอย่าง IS เข้ายึดครองเป็นเวลานับปี และยังนำมาซึ่งปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในพื้นที่นี้จากรัสเซีย จนสุดท้ายสิ่งที่หลงเหลือหลังฝุ่นระเบิดจางไป มีเพียงแต่ร่องรอยของการถูกทำลายจนแทบไม่เหลือซาก ความสวยงามที่พัลไมราเคยมี หลงเหลือไว้เพียงแต่ภาพถ่ายในอดีตเท่านั้น

 
โดยล่าสุด (5 เมษายน 2559) เว็บไซต์ Bored Panda ได้รวบรวมภาพจาก โยเซฟ อิด (Joseph Eid) ช่างภาพของสำนักข่าว AFP ที่ได้ถ่ายภาพปัจจุบันของสถานที่ต่าง ๆ ในเมืองแพลไมรา ในเขตประเทศซีเรีย มาเปรียบเทียบกับภาพถ่ายเมื่อครั้งอดีตเพียงแค่ 2 ปี มาให้ได้ชมกัน ไม่น่าเชื่อว่าความแตกต่างระหว่างภาพถ่ายสถานที่เดียวกันในต่างวาระต่างเวลา จะให้ความรู้สึกสะเทือนใจได้เป็นอย่างยิ่ง 

 
วิหารเบล (Temple of Bel) วิหารโบราณที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองพัลไมรา ถูก IS ทำลายเมื่อเดือนกันยายน 2558  




ซุ้มประตูชัย The Arc du Triomphe ณ ปัจจุบัน  

 
สภาพของวิหารเก่าแก่ บาล ชามิน (The Temple of Baal Shamin) เหลือเพียงซุ้มประตูด้านหน้า



รูปปั้นในพิพิธภัณฑ์พัลไมรา ถูกทำลายย่อยยับ 




 ภาพจาก ทวิตเตอร์ @JOSEPHEID1
http://hilight.kapook.com/view/135234

Thursday, April 7, 2016

สะเทือนใจ เหมียวถูกเจ้าของทิ้งนานนับปี แต่ยังเทียวมานั่งรอจุดเดิมทุกวัน



           เผยเรื่องราวสุดสะเทือนใจของแมวเหมียวในรัสเซีย ถูกเจ้าของทิ้งไว้ไม่ไยดีไปนานนับปี แต่มันยังคอยเทียวมานั่งอยู่จุดเดิมทุกวัน ประหนึ่งรอคอยให้เจ้าของมารับมันไป

           รายงานจากเว็บไซต์เดลี่เมลของอังกฤษ เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2559 ระบุว่า เจ้าเหมียวตัวนี้ถูกพบเห็นมานานนับปีแล้ว และมันจะมานั่งอยู่ตรงจุดเดิมทุกวัน นั่นคือบนฝาท่อระบายน้ำในเมืองเบลโกร็อด ภูมิภาคเบลโกร็อดของรัสเซีย เหมือนกับรอคอยเจ้าของมันมารับ แต่ก็ไม่เคยมีวันนั้นเลย

           ออสแทป ซาดูนายสกี้ ผู้นำเรื่องราวสะเทือนใจนี้มาเปิดเผย ได้เล่าผ่านเฟซบุ๊กว่า แต่ก่อนเจ้าของเหมียวเคยอาศัยอยู่ละแวกนี้ แต่วันหนึ่งก็ขายอพาร์ทเม้นท์ทิ้ง ก่อนจะจากไป โดยในวันที่เจ้าของจากไป มีชาวเมืองเห็นเจ้าเหมียวพยายามวิ่งตามรถ แต่ก็วิ่งไม่ทัน มันจึงหยุดแล้วนั่งรออยู่ตรงนั้น ใช้ชีวิตไปตามยถากรรมของมันวันแล้ววันเล่า และจะเทียวมานั่งรออยู่ที่เดิมมาโดยตลอด

 
           "นี่เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความซื่อสัตย์ของสัตว์ได้อย่างชัดเจน"  ซาดูนายสกี้ เผย นอกจากนี้เขาก็ยังยกย่องชาวเมืองที่เมตตามัน-คอยให้อาหารมันด้วย

           อย่างไรก็ดีหลังจากเรื่องราวเรื่องนี้ถูกแชร์กันไปมากมายบนโลกออนไลน์ ก็มีชาวเน็ตต่างประเทศหลายคนฉงนสงสัยไม่น้อยว่าเป็นเรื่องจริงหรือ พร้อมกับแสดงความเห็นว่าจริง ๆ แล้วมันอาจไม่ใช่เรื่องดราม่าแบบนั้น เจ้าเหมียวอาจจะแค่มานั่งรอตรงจุดเดิมที่ชาวเมืองให้อาหารมันทุกวันก็เป็นได้

 

ภาพจาก fuzzfix.com 

http://pet.kapook.com/view145770.html