Wednesday, November 9, 2016

นาทีสุดช็อก! ดาราหนังอินเดียโดดจากเฮลิคอปเตอร์ลงอ่างเก็บน้ำ จมน้ำเสียชีวิต 2 ศพ




 
นาทีสุดช็อก! ดาราหนังอินเดีย นายอนิล กุมารันด์ และ นายอุทัย เวนคาเทช โดดจากเฮลิคอปเตอร์ลงอ่างเก็บน้ำ ในเมืองบังคาลอร์ รัฐกรณาฏก ทางใต้ของอินเดีย จมน้ำเสียชีวิต ขณะถ่ายทำภาพยนตร์


โพสต์โดย ihvplkmlbuluj เมื่อ 9 พ.ย. 59 10:34:12
 http://world.kapook.com/pin/582299344d265a02648b4567
  

Tuesday, November 8, 2016

เปิดคลิปสะพรึง ขณะเกิดหลุมยุบขนาดใหญ่ กลืนถนนกลางเมืองฟุกุโอกะ




       เปิดคลิปสะพรึง ขณะเกิดหลุมยุบขนาดใหญ่ กลืนถนนกลางเมืองฟุกุโอกะ หน่วยงานท้องถิ่นรับแล้วเกิดจากการขุดเจาะอุโมงค์ใต้ดิน

       จากกรณีเกิดหลุบยุบขนาดใหญ่บนถนนใจกลางเมืองฟุกุโอกะ ใกล้กับสถานีรถไฟฮากาตะ เมื่อเวลาประมาณ 05.15 น. วันนี้ (8 พฤศจิกายน 2559) ซึ่งกระทบต่อการจราจร ระบบไฟฟ้าและธนาคาร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งอพยพผู้ที่อยู่ในละแวดดังกล่าวไปยังสถานที่ปลอดภัย เพราะเกรงว่าเหตุดังกล่าวจะทำให้ตึกถล่มลงมานั้น [อ่านข่าว : ญี่ปุ่นระทึก !! เกิดหลุมยุบขนาดใหญ่ในฟุกุโอกะ ไฟฟ้าดับ-การจราจรเป็นอัมพาต] 

  
          ล่าสุดได้มีการเปิดเผยคลิปเหตุการณ์ขณะที่ถนนทรุดตัว กลายเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่กลางเมือง โดยเว็บไซต์อาซาฮี ชิมบุน  ยังได้รายงานความคืบหน้า ระบุว่า รัฐบาลเมืองฟุกุโอกะ ได้ประกาศอพยพคนที่อยู่ภายในอาคาร 10 แห่ง รอบบริเวณดังกล่าวอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว นอกจากนี้ยังมีการตัดกระแสไฟฟ้า และสั่งห้ามผู้ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวจุดไฟ หลังพบว่ามีแก๊สรั่วไหลในพื้นที่ นอกจากนี้ได้คาดการณ์ว่า หลุมที่กว้างและยาว 30 เมตร ลึก 15 เมตร อาจจะขยายกว้างกลืนพื้นที่ถนนและรอบบริเวณดังกล่าวขึ้นอีก

      ทั้งนี้ทางฟุกุโอกะได้ออกมาแถลงยอมรับ ว่าสาเหตุของการทรุดของถนนเกิดจากงานขุดเจาะอุโมงค์ เพื่อขยายเส้นทางรถไฟใต้ดินสายนานาคุมะ และขออภัยต่อปัญหาที่เกิดขึ้น

       จากข้อมูลที่ได้จากสำนักงานการขนส่งฟุกุโอกะ ทราบว่างานขุดเจาะมีขึ้นในความลึก 25 เมตร ใต้พื้นถนน 5 เลน ของเขตฮากะตะ กระทั่งเวลา 05.00 น. คนงานได้ไปพักผ่อน ในขณะนั้นเองที่น้ำใต้ดินเริ่มไหลซึมเข้ามาภายในอุโมงค์ คนงานก่อสร้างได้เข้ามาตรวจสอบในอีก 10 นาทีต่อมา และเริ่มมีการควบคุมการจราจรบนพื้นถนน

       จากนั้นเวลา 05.15 น. ถนนก็เริ่มทรุดตัวจนเกิดหลุมขนาดใหญ่ 5 หลุม ก่อนที่พื้นถนนที่คั่นกลางจะทรุดลงตามจนทั้ง 2 หลุมรวมกันเป็นหลุมใหญ่ ดังภาพที่ปรากฏในคลิป

ภาพจาก Penspining Meteoru
http://hilight.kapook.com/view/144770

Monday, November 7, 2016

สุดแปลก สาวใหญ่จัดงานงานศพตัวเองพร้อมนอนในโลงทั้งวันสานความฝันวัยเด็ก




         หญิงบราซิล จัดงานศพพร้อมลงไปนอนในโลงตลอดทั้งวัน โดยชวนญาติและเพื่อนฝูงมาเยี่ยมเพียบ เผยอยากทำตามฝันที่จะจัดงานนี้ให้ตัวเองตอนที่ยังมีชีวิตอยู่

          วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 เว็บไซต์มิเรอร์ รายงานข่าวสุดแปลก หลังหญิงชาวบราซิลลงทุนจัดงานศพและลงไปนอนในโลงตลอดช่วงกลางวัน พร้อมชวนเพื่อนใส่ชุดดำเข้ามาร่วมไว้อาลัย

หญิงสาวคนดังกล่าวชื่อว่า เวร่า ลูเซีย ดา ซิลวา วัย 44 ปี โดยเธอตัดสินใจทำตามความฝันในวัยเด็กที่อยากจัดงานศพให้ตัวเองตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทางครอบครัวและเพื่อนฝูงของเธอ ก่อนจะทำได้สำเร็จเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับสัปดาห์เทศกาลวันแห่งความตายอีกด้วย

          ในวันดังกล่าว เวร่า สวมชุดคลุมลูกไม้สีขาวก่อนจะลงไปนอนในโลงดังกล่าว โดยที่ผู้รับจ้างจัดงานได้นำลูกประคำมาคล้องที่ข้อมือ และนำดอกไม้มาปกคลุมร่างของเธอ ซึ่ง เวร่า ก็อยู่ในโลงอย่างยาวนานตั้งแต่ 09.00-18.00 น. โดยระหว่างนั้นเธอจะกินแค่น้ำชาและน้ำมะพร้าวเพียงเท่านั้น

          ทั้งนี้ เวร่า กล่าวว่า วันดังกล่าวเปรียบเหมือนฝันที่เป็นจริงของเธอ โดยคนที่มาร่วมงานต่างตกใจที่เธอจริงจังกับมันมากขนาดนี้ แต่ทุกคนก็เคารพความตั้งใจของเธอเป็นอย่างดี ซึ่งก่อนที่จะเสร็จสิ้นพิธี ทุกคนก็ยังทำตามที่เธอขอด้วยการแบกโลงและทำให้เหมือนกำลังนำเธอไปฝังอีกด้วย อย่างไรก็ดี แม้เธอจะมีความสุขกับงานศพครั้งนี้ แต่เธอก็ไม่อยากที่จะตายจริง ๆ แต่อย่างใด

ภาพจาก mirchi9.com
http://hilight.kapook.com/view/144705

Thursday, November 3, 2016

อดีตพยาบาลจิตป่วย ฉีดสารอินซูลินฆ่า 2 คุณยาย คุยโวว่าศึกษาวิธีมาจากซีรีส์



                                                 มีแกน เฮนส์


         เปิดคดีสะเทือนขวัญ อดีตพยาบาลสาวฉีดสารอินซูลิน ฆ่า 2 คุณยาย เจ้าตัวคุยโวว่าดูมาจากซีรีส์ CSI แนบเนียนปกปิดหลักฐาน คล้ายตายเองตามธรรมชาติ

          เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2559 เว็บไซต์เดลี่เมล เปิดเผยรายงานสุดสะเทือนขวัญ ระบุว่า นางมีแกน เฮนส์ อดีตพยาบาลวัย 49 ปี ตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม คุณยายมารี ดาร์ราห์ อายุ 82 ปี และ คุณยายอิซาเบลล่า สเปนเซอร์ อายุ 77 ปี ด้วยการฉีดสารอินซูลินเข้าร่างกายหญิงชราทั้งสองราย จนถึงแก่ความตาย ภายในศูนย์ดูแลคนชราแห่งหนึ่งในเมืองบัลลินา รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย

          เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 2557 โดยหลังจากคดีความมาถึงขั้นตอนการพิจารณาในชั้นศาล นางมีแกนได้คุยโอ้อวดว่าศึกษาวิธีการสังหารจากการชมซีรีส์แนวสืบสวนเรื่อง CSI กับแฟนเก่า ตั้งแต่เมื่อปี 2552 ทำให้เธอรู้วิธีการฆ่าคนแบบง่าย ๆ ด้วยการฉีดสารที่ร่างกายเผาผลาญได้เข้าไป ทำให้การเสียชีวิตดูเป็นธรรมชาติ

          นอกจากนี้ ทางศาลมีหลักฐานที่ระบุว่า ช่วงเวลาก่อนที่คุณยายมารีและคุณยายอิซาเบลล่าจะเสียชีวิตไม่กี่ชั่วโมง ได้มีการร้องเรียนจากทั้งคู่ว่า ได้รับปฏิบัติอย่างไร้ความปรานีจากนางมีแกน โดยคุณยายมารีโดนนางมีแกนตะคอกใส่ว่า "เอาผ้าปิดหน้าซะ คุณมันน่ารังเกียจ" ส่วนคุณยายอิซาเบลล่ายายขอให้นางมีแกนพาไปห้องน้ำ แต่กลับถูกตวาดว่า "ก็ปล่อยใส่ผ้าอ้อมซะสิ"

          อย่างไรก็ดี แม้ว่านางมีแกนจะยอมรับสารผิด แต่เธอได้เผยว่า เธอจำบทสนทนาที่คุยกับคุณยายมารีและคุณยายอิซาเบลไม่ได้เลยสักนิด ! โดยหลังจากพิจารณาคดีเป็นเวลา 4 ชั่วโมง ทางศาลได้ตัดสินว่านางมีแกนมีความผิดจริง แต่ทั้งนี้ได้เลื่อนการพิจารณาโทษออกไปเป็นวันที่ 7 ธันวาคม

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Global Nurses Jobs
http://hilight.kapook.com/view/144480

Monday, October 31, 2016

สาวเผยประสบการณ์ระทึก ผจญภัยใต้สุสานฝังโครงกระดูกกว่า 6 ล้านศพ




          สาวสวยนักผจญภัยขาลุย ฉายา อินเดียน่า เจน เปิดประสบการณ์เกือบเอาชีวิตไม่รอด ผจญภัยใต้คาตาคอมส์ ออฟ ปารีส สุสานฝังโครงกระดูกกว่า 6 ล้านศพในฝรั่งเศส

          เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2559 เว็บไซต์มิเรอร์ เปิดเผยเรื่องราวการผจญภัยในสุสานใต้มหานครปารีส ของ อลิสัน ทีล สาวนักเซิร์ฟและนักผจญภัยที่เป็นขาลุยตัวยง อลิสันเดินทางมายังปารีสเพื่อไปชมสุสาน แต่อินเดียน่าโจนส์ซะอย่าง เธอจะเดินทางเข้าด้วยช่องทางเหมือนคนอื่นไม่ได้ จึงลุยด้วยการลอดผ่านท่อทะลุอุโมงค์เข้าไป !

 
          อลิสัน ทีล เป็นลูกสาวของนักธรรมชาติวิทยาและช่างภาพสัตว์ป่า เธอเองนั้นเป็นนักผจญภัยที่ท่องเที่ยวไปทั่วโลก โดยเฉพาะไปตามสถานที่ที่เข้าถึงยากต่าง ๆ ที่ไม่มีใครเคยไปเยือน โดยสมัยที่เธอยังเด็ก ในช่วงวันฮาโลวีน พ่อของอลิสันจะเล่าเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับสุสานที่มีโครงกระดูกมากมายกว่า 6 ล้านโครง ! อลิสันจึงใฝ่ฝันว่าจะได้มาเยือนสุสานแห่งนี้ให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต และเพื่อฉลองวันฮาโลวีนปีนี้ โอกาสนั้นก็มาถึง

  
        สุสานแห่งนี้ตั้งอยู่ในมหานครปารีส ประเทศฝรั่งเศส จุดสังเกตของตัวสุสานคือ จะอยู่บริเวณทางใต้ประตูเมืองเก่า บาร์ริเยร์ ดองแฟร์ โดยจะอยู่ข้างล่างของรู เดอ ตอง อิสซัสว์ โดยอยู่ลึกลงไปจากพื้นดินราว 152 เมตร  สุสานโบราณแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของเหมืองในสมัยก่อน มีทางเข้าออกเชื่อมต่อกับระบบอุโมงค์ท่อน้ำใต้ดินโบราณซึ่งมีความยาวกว่า 350 กิโลเมตร และมีความเชื่อกันว่าถ้าเข้ามาผจญภัยในนี้แล้วมาผิดทางจะไม่สามารถกลับออกไปได้อีกเลย ต้องเป็นผีสังเวยชีวิตที่นี่ !

 
          การผจญภัยไปสู่สุสานใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในโลกครั้งนี้ เริ่มจากการค่อย ๆ ไต่ลงไปในท่อแคบ ๆ โรยตัวลงมาจนถึงโครงข่ายถ้ำ อลิสันและทีมงานของเธอต้องเดินผ่านทางเดินยาวที่มืด และแคบเพียงแค่พอเดินได้เท่านั้น ภายในนั้นมืดสนิท พวกเขาต้องอาศัยแสงสว่างจากไฟฉายและตะเกียง

 
          เมื่ออลิสันลงไปสู่ระดับที่ลึกมากขึ้น ทุกอย่างยิ่งน่าหวาดหวั่นขึ้นทุกที ทางเดินแคบและลาดต่ำลง ออกซิเจนในอากาศเริ่มเบาบางลงเรื่อย ๆ แต่เธอก็ยังเดินหน้าต่อ และค้นพบห้องลับที่เต็มไปซากโครงกระดูกมากมายกองทับถมกันอยู่

 
          เมื่อเริ่มไปต่อ ทางเดินยิ่งแคบลงจนกลายเป็นเพียงช่องเล็ก ๆ ที่ต้องคืบคลานไปอย่างทุลักทุเล

หลังออกจากช่องแคบ ๆ ก็ต้องพบกับทางเดินที่เต็มไปด้วยน้ำ อลิสันต้องลุยน้ำลงไป แต่จุดหมายปลายทางยังไม่ใกล้ อากาศหายใจก็น้อยมาก อีกทั้งระดับน้ำก็เริ่มสูงขึ้น  จนพวกเขาไม่สามารถเดินย้อนกลับออกไปได้

 
          "พวกเราเดินกันต่อไปไม่ได้ จนต้องว่ายน้ำเพื่อไปต่อ ต้องว่ายกันต่อไปจนเจอช่องเล็ก ๆ ให้พักหายใจ พวกเราบันทึกภาพกันต่อไปไมได้ มันน่ากลัวมาก ๆ ทุกคนตัวสั่นกันไปหมด" อลิสันเล่าถึงเหตุการณ์ระทึกที่เธอพบเจอ
       
          อลิสันและทีมงานต้องว่ายน้ำกันไปอย่างลำบากท่ามกลางความมืด จนคลำทางออกมาสู่ทางเดินโล่งได้สำเร็จ และเจอช่องให้ปีนออกไปข้างนอกได้ ปิดฉากการผจญภัยสุดระทึกที่กินเวลายาวนานตลอดทั้งคืน และถึงแม้ว่าจะทุลักทุเล แถมต้องลำบาก แต่อลิสันก็ทำตามความฝันได้สำเร็จ ได้เห็นสุสานสุดสะพรึงที่เธออยากไปเยือนมาตลอดตั้งแต่เด็ก นับว่าเป็นประสบการณ์คุ้มค่า ถึงแม้ว่าแทบจะเอาชีวิตไม่รอดก็ตาม
 

ภาพจาก Instagram alisonsadventures, catacombes.paris.fr, Alison's Adventures
http://hilight.kapook.com/view/144332