Thursday, January 11, 2018

ญี่ปุ่นเปิดบริการ งานศพแบบไดรฟ์ทรู ร่วมไว้อาลัยเสร็จสรรพ ไม่ต้องลงจากรถ




        ญี่ปุ่นเปิดบริการให้แขกเข้าร่วมงานศพแบบไดรฟ์ทรู ร่วมแสดงความอาลัยในพิธีได้แบบเสร็จสรรพ โดยไม่ต้องลงจากรถ เผยเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อผู้สูงอายุและคนพิการ

         ในยุคที่ชีวิตต้องรีบเร่ง เวลาเป็นสิ่งสำคัญและมีจำกัด ธุรกิจหลายรายได้เปิดให้ลูกค้าขับรถเข้าไปใช้บริการได้เลย โดยที่ไม่ต้องลงจากรถ หรือที่รู้จักกันว่า ไดรฟ์ทรู โดยบริการที่ว่านี้ใช้เวลาเพียงไม่นานก็เสร็จสิ้น จึงทำให้เกิดความสะดวกและสบายแก่ผู้บริโภค ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนยุคนี้เป็นอย่างมาก

         โดยล่าสุด เว็บไซต์ Rocketnews24 เผยว่า เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2560 สถานฌาปนกิจยูเอดะ มินามิ ไอโชเดน ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองยูเอดะ จังหวัดนากาโนะ ประเทศญี่ปุ่น ได้เปิดบริการงานศพแบบไดรฟ์ทรู ให้แขกที่เดินทางมาเข้าร่วมงานสามารถขับรถเข้าไปแสดงความอาลัยแด่ผู้เสียชีวิตภายในพิธีศพได้เลย โดยสามารถเซ็นลงนาม เขียนข้อความแสดงความอาลัย ทำความเคารพศพ และหยิบผงธูปใส่ลงในที่เผาธูป รวมไปถึงฝากซองเงินให้กับญาติ ผ่านทางหน้าต่างประตูรถได้ทั้งหมดแบบเสร็จสรรพ โดยที่ไม่ต้องลงจากรถเลย

         สำหรับบริการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อตอบสนองสังคมสูงอายุของญี่ปุ่น ที่ปัจจุบันมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น โดยคนกลุ่มนี้จะประสบปัญหาความยากลำบากในการไปต่อแถวเข้าคิวเป็นเวลานานเพื่อรอเคารพศพ หรือบางรายอาจจะมีความไม่สมบูรณ์ทางร่างกาย ก็จะสามารถไปร่วมพิธีศพได้เช่นกัน ทั้งนี้ ครอบครัวของผู้เสียชีวิต ยังสามารถมองเห็นแขกที่ขับรถเข้ามาร่วมงานแบบไดรฟ์ทรู ผ่านทางกล้องวิดีโอที่ติดตั้งไว้ โดยจะเชื่อมต่อสัญญาณภาพไปยังหน้าจอมอนิเตอร์ที่อยู่ภายในงาน 
         
        จูเคน ทาเคฮาระ ผู้อำนวยการสถานฌาปนกิจดังกล่าว เปิดเผยว่า ในตอนแรกมีผู้คนจำนวนหนึ่งมีความเห็นว่า บริการงานศพแบบไดรฟ์ทรูดังกล่าว เป็นการแสดงถึงความไม่เคารพและไม่ให้เกียรติผู้เสียชีวิต รวมไปถึงครอบครัวของผู้เสียชีวิต แต่พอหลังจากเวลาผ่านไป ผู้คนก็เริ่มเข้าใจว่า บริการดังกล่าวมีจุดประสงค์ดีเพื่อผู้สูงอายุและผู้พิการอย่างแท้จริง

         ทั้งนี้ทั้งนั้น บริการไดรฟ์ทรูดังกล่าวนี้ เพียงแค่ช่วยทำให้ผู้คนเข้าไปร่วมพิธีศพได้สะดวกมากขึ้น แต่ขั้นตอนพิธีการต่าง ๆ ก็ยังคงอยู่เช่นเดิม และที่สำคัญคือความตั้งใจของผู้ที่ไปร่วมงาน ที่ต่างมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ ต้องการจะไปแสดงความเสียใจและบอกลาคนที่รักเป็นครั้งสุดท้าย สิ่งนั้นต่างหากคือเป้าหมายที่แท้จริง 

https://hilight.kapook.com/view/165662

Sunday, December 10, 2017

ทีมงานน้ำตาไหล ถ่ายคลิปหมีขั้วโลกอดอยาก-คุ้ยขยะกิน รอวันตายช้า ๆ




          ทีมงานถ่ายทำสารคดีสุดเศร้า ยืนน้ำตาไหลพราก ถ่ายคลิปหมีขั้วโลกอดอยากผอมแห้ง ประคองร่างคุ้ยถังขยะหาอาหารประทังชีวิต รอวันตายอย่างช้า ๆ


          เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2560 เว็บไซต์อินดิเพนเดนท์ เผยรายงานชวนเศร้าระบุว่า ทีมงานถ่ายทำสารคดีได้เปิดเผยภาพถ่ายสุดสะเทือนใจ แสดงให้เห็นชะตากรรมของหมีขั้วโลกตัวหนึ่ง ที่อยู่ในสภาพผอมโซจนเห็นกระดูก กำลังต่อสู้กับความหิวโหยเพื่อเอาชีวิตรอด พยายามพาร่างที่อ่อนล้าใกล้และจะหมดแรงเต็มที ไปคุ้ยเขี่ยหาอาหารในถังขยะกิน ภายในพื้นที่ที่ไม่มีน้ำแข็ง ตามธรรมชาติที่มันควรจะเป็น  


          พอล นิกเลน ช่างภาพและผู้สร้างภาพยนตร์จากกลุ่มซีเลกาซี ( Sea Legacy) องค์กรเอกชนด้านสังคม พร้อมกับกลุ่มทีมงาน เป็นผู้พบเห็นหมีขั้วโลกตัวดังกล่าว บริเวณเกาะแบฟฟิน ของประเทศแคนาดา ในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา โดยนิกเลน เผยว่า เขาเคยเห็นหมีที่อาศัยเติบโตในป่าแถบพื้นที่ห่างไกลทางตอนเหนือของแคนาดา แต่สำหรับหมีขั้วโลกนั้น พวกเขาไม่ได้เตรียมใจที่จะเห็นภาพเช่นนี้นี้มาก่อน 

 
          "พวกเรายืนร้องไห้กันที่ตรงนั้น ถ่ายไปพร้อมน้ำตาที่ไหลพรากอาบแก้ม" นิกเลน กล่าวกับรายงานของเนชั่นแนลจีโอกราฟิก

  
           ทั้งนี้ นิกเลน เผยว่า เขาอยากที่จะเข้าไปช่วยเหลือ แต่ไร้ซึ่งหนทาง เนื่องจากไม่มีทั้งปืนยิงยาสลบ หรือเนื้อสัตว์ไขมันสูงสำหรับมัน พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะบันทึกภาพของมันเอาไว้ เพื่อที่ว่าการตายของมันจะได้ไม่สูญเปล่า

 
          "นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าหมีขั้วโลกกำลังจะสูญพันธุ์ ผมอยากให้ผู้คนได้ตระหนักว่ามันเป็นเช่นไร หมีกำลังจะอดตาย และนี่แหละคือสภาพของมัน" นิกเลน กล่าว

 
          รายงานเผยว่า หมีขั้วโลกอาศัยทะเลน้ำแข็งในการออกล่าหาอาหารหลักของมัน อันได้แก่ แมวน้ำ แต่ภายหลังจากเกิดภาวะโลกร้อน สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบให้น้ำแข็งในแถบอาร์กติกละลาย และหมีเหล่านั้นต้องประสบภาวะอดอยาก ทั้งนี้ ในรายงานการวิจัยของสหภาพภูมิศาสตร์ยุโรป (European Geosciences Union) ที่ตีพิมพ์เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ยังเผยว่า การละลายของทะเลน้ำแข็งยังคงเป็นภัยที่คุกคามประชากรหมีขั้วโลก นอกจากนี้ ยังมีรายงานเผยว่า หมีใช้ความรู้สึกของพวกมัน ในการดมกลิ่นหาเหยื่อ โดยพวกมันต้องอาศัยทิศทางของลม แต่จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้น ส่งผลให้พวกมันรับรู้กลิ่นของเหยื่อได้ยากมากขึ้นด้วย 

  
ภาพจาก Instagram paulnicklen
https://hilight.kapook.com/view/164947

Thursday, November 30, 2017

แม่หมาเศร้า ออกไปหาอาหารให้ลูก ๆ กิน กลับมาอีกทีลูกหาย แต่สุดท้ายแฮปปี้เอนดิ้ง !




         เด็กกลุ่มหนึ่งพบลูกหมา 6 ตัว ข้างไซต์ก่อสร้าง จึงเอากลับบ้าน โดยไม่รู้ว่าพวกมันมีแม่ แม่หมากลับมาจึงหาลูกไม่เจอ แต่แล้วองค์กรช่วยเหลือสัตว์ก็เข้ามาช่วยเหลือ และแม่หมากับลูก ๆ ก็ได้พบกันอีกครั้ง

          วันนั้นเป็นวันที่อากาศเข้าสู่หน้าหนาวแล้ว เด็ก ๆ กลุ่มหนึ่งออกไปวิ่งเล่นกันอยู่ด้านนอก ไม่ไกลจากไซต์ก่อสร้าง พวกเขาพบเห็นลูกสุนัข แรกเกิดตัวน้อย ๆ 6 ตัว กำลังนอนขดกันกลมอยู่ตามลำพัง พวกเขาคิดว่าลูกสุนัขน้อย ๆ เหล่านี้อาจจะถูกนำมาทิ้ง พวกเขาจึงนำพวกมันกลับบ้าน และหานมให้พวกมันกิน มันเป็นเรื่องดี ๆ ที่น่าประทับใจ แต่ที่น่าเศร้าก็คือ เด็ก ๆ ไม่รู้เลยสักนิดว่าลูกสุนัขเหล่านี้มีแม่ แม่ของมันออกไปหาอาหารมาให้ลูก ๆ กิน และเมื่อมันย้อนกลับมา ลูก ๆ ของมันก็หายไปแล้ว แต่ในโชคร้ายนั้น มันก็ยังมีโชคดีอยู่

  
          เรื่องราวชีวิตของลูกหมากลุ่มนี้และแม่ของมัน ถูกนำมาเปิดเผยโดยเว็บไซต์เดอะโดโด้ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 โดยหลังจากที่เด็ก ๆ พาลูกหมาน้อย ๆ 6 ตัว กลับบ้านไปเลี้ยงนั้น พวกเขาก็รับรู้ได้ว่าถ้าเลี้ยงดูกันเองคงไม่รอด ควรจะให้ผู้ที่เชี่ยวชาญเข้ามาจัดการ พวกเขาจึงติดต่อไปยังองค์กรช่วยเหลือสัตว์โฮป ฟอร์ พอว์ส (Hope For Paws) และเล่าเรื่องราวให้ฟัง ซึ่งเหล่าเจ้าหน้าที่ก็ยินดีช่วยอย่างเต็มที่

 
          แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้พาลูกหมา 6 ตัวนี้มาดูแลทันที สิ่งแรกที่พวกเขาทำคือเอาพวกมันกลับไปวางในจุดเดิมที่เด็ก ๆ พบ นั่นคือข้าง ๆ ไซต์ก่อสร้าง เนื่องจากพวกเขารู้ว่าลูกหมาเหล่านี้น่าจะมีแม่ และแม่ของพวกมันก็น่าจะยังวนเวียนอยู่แถวนั้น เจ้าหน้าที่จึงอยากให้แม่หมารับรู้ว่าลูกของมันไม่ได้หายไปไหน และมันก็จะได้รับการช่วยเหลือไปพร้อมกับลูก ๆ ของมันด้วย


          หลังจากนำลูกหมามาวางเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ก็เฝ้ารอการปรากฏตัวของแม่หมา และมันก็เป็นอย่างที่พวกเขาคิด เพราะเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น แม่หมาก็โผล่หน้ามาหาลูก ๆ ของมัน เจ้าหน้าที่เอาอาหารมาให้มันกิน แต่มันก็ไม่ยอมกินสักคำ ถึงแม้ว่ามันจะหิวมาก มันมัวแต่ห่วงลูก ๆ ส่งเสียงขู่เหล่าเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา เพราะกลัวว่าลูก ๆ ของมันจะถูกทำร้าย เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจเอาปลอกคอคล้องคอมัน แล้วรีบช่วยเหลือออกไปจากตรงนั้น พร้อมกันทั้งแม่หมาและลูก ๆ

 
          แม่หมาและลูก ๆ ถูกพาตัวไปคลินิกสัตว์เพื่อให้สัตวแพทย์ตรวจร่างกาย โชคดีที่พวกมันทุกตัวสุขภาพแข็งแรงดี แม่หมาคงจะรับรู้ได้ว่ามันปลอดภัยแล้ว ไม่มีใครทำร้ายลูก ๆ ของมันแน่ ๆ มันจึงไม่แสดงท่าทีเกรี้ยวกราดดุร้ายใส่ใครอีก เจ้าหน้าที่ตั้งชื่อให้แม่หมาว่า นาวาลินา และหลังจากที่มันอาศัยอยู่ที่องค์กรได้ราว ๆ 3 สัปดาห์ มันก็กลายเป็นหมาที่น่ารัก อ่อนโยนกับทุกคน ลูก ๆ ของมันก็โตวันโตคืนด้วย ตอนนี้ไม่ต้องทนหิวและหนาวอยู่ข้างถนนอีกต่อไปแล้ว ยินดีด้วยนะนาวาลินา




  


https://pet.kapook.com/view184103.html

ชมคลิป  https://youtu.be/zTOqI-5AK14



Thursday, October 19, 2017

สุดละลานตา ! แอปเปิลสีแดงอมชมพู เปล่งปลั่งที่จีนบนพื้นที่นับแสนไร่




           ชมภาพสวยงาม สวนแอปเปิลนับแสนไร่ ออกผลสีแดงอมชมพูละลานตา ในฤดูเก็บเกี่ยว ที่มณฑลซานตง ประเทศจีน
   
           วันที่ 18 ตุลาคม 2560 สำนักข่าว China Xinhua News เผยภาพสุดงดงามของสวนแอปเปิล ที่ต่างออกผลโตเต็มวัยเป็นสีชมพูละลานตา ซึ่งเต็มไปด้วยความสวยงามและน่ากินอย่างมาก


          ปัจจุบันในตำบลจงจวง อำเภออี๋หยวน มณฑลซานตงทางตะวันออกของจีน มีสวนแอปเปิลหลายแห่ง ซึ่งรวมแล้วมีเนื้อที่มากกว่าแสนไร่ ต่างออกผลอย่างเต็มโตวัยสีแดงอมชมพู และถือเป็นสัญญาณว่าเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อส่งจำหน่ายแล้ว


            ทั้งนี้คนงานในสวนผลไม้ต่างทยอยเก็บผลแอปเปิลอันสวยงามเหล่านี้กันอย่างตั้งใจ เพราะเป็นโอกาสที่พวกเขาจะสร้างรายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำหรือเวลาเรียน เนื่องจากฤดูเก็บเกี่ยวเช่นนี้ไม่ได้มีบ่อยครั้งนั่นเอง





ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก China Xinhua News
https://hilight.kapook.com/view/162141