Thursday, May 4, 2017

พบกับ มาร์ติน หมีหล่อจอมกวนจากญี่ปุ่น มาพร้อมความซ่า แค่เห็นหน้าก็ฮาแล้ว




           ชวนมารู้จักกับ มาร์ติน พี่หมีสุดหล่อหน้ามึน แห่งสวนสัตว์นาโงยา ถึงจะดูหน้ามึนพุงกลมแบบนี้ แต่เคยทำแสบ โชว์ปีนกำแพงหนีมาแล้วนะเออ

            ในบรรดาสัตว์ป่ามากมายที่อาศัยอยู่ในสวนสัตว์และพฤกษศาสตร์ฮิงาชิยามานั้น เจ้ามาร์ติน หมีหมา หรือ หมีคนเพศผู้ คือหนึ่งในดาราเด่นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในสวนสัตว์ มาร์ตินก็มีรูปร่างหน้าตาเหมือนหมีคนทั่วไป คือ มีขนสีดำทั่วตัว มีขนสีน้ำตาลแซมบริเวณลำคอและใบหน้า แต่สิ่งที่ทำให้มาร์ตินเป็นที่สนใจก็คือลักษณะท่าทางสุดกวน ที่เรียกเสียงเฮฮาจากนักท่องเที่ยวได้ตลอด


           มาร์ตินเคยตกเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลกในปี 2558 หลังจากโชว์ความกล้า พยายามปีนกำแพงหลังกรงออกไปสู่โลกภายนอก เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตะลึงและหวาดเสียวให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก เนื่องจากกำแพงที่มาร์ตินปีนขึ้นไปนั้นสูงมาก ชนิดที่ว่าถ้าพลาดอาจจะหล่นแอ้กลงมาตายได้

 
            เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ต้องระดมกำลังกันมาช่วย ซึ่งตอนนั้นมาร์ตินก็อยู่ตรงขอบกำแพงแบบหมิ่นเหม่สุด ๆ เจ้าหน้าที่จึงใช้วิธีขั้นเด็ดขาดในการจัดการ นั่นคือใช้ไม้ค่อย ๆ เขี่ย ค่อย ๆ สะกิด ค่อย ๆ เกาอย่างใจเย็น จนกระทั่งมาร์ตินเบื่อหน่าย และปีนกลับลงไปเอง สร้างความโล่งใจให้กับทุกฝ่าย


             ปัจจุบันมาร์ตินใช้ชีวิตอย่างสุขสบายดี สุขภาพแข็งแรงอ้วนท้วนสมบูรณ์ และไม่คิดจะหนีไปไหนอีก แฮปปี้กับการยืนเกาหลัง นั่งงีบ นอนเกาพุง ทำหน้ากวนโอ๊ยใส่นักท่องเที่ยว และที่ขาดไม่ได้ก็คือท่าประจำตัว นั่นคือ นอนหงายแอ้งแม้ง แผ่หราอ้าซ่า ทำเอาคนที่ผ่านไปผ่านมาเป็นต้องฮากันทุกคน 

 
              ใครที่มีโอกาสผ่านไปเมืองนาโงยา ก็อย่าลืมแวะไปที่สวนสัตว์ฮิงาชิยากันบ้างน้า มาร์ตินสุดหล่อนอนรออยู่นะฮะทุกคน



















ภาพจาก ทวิตเตอร์ @tomotomotomomo
ข้อมูลจาก dailymail.co.uk
https://pet.kapook.com/view170682.html

Tuesday, April 11, 2017

หนุ่มสุดช้ำ ต้องยกเลิกงานแต่งมูลค่านับล้าน หลังถูกว่าที่เจ้าสาวทิ้งไปรักกับสาวใหม่




        หนุ่มสุดช้ำ ต้องยกเลิกงานแต่งมูลค่านับล้าน เพราะถูกแฟนสาวที่คบกันมานาน ทอดทิ้งไปรักกับผู้หญิงด้วยกัน แถมความจริงเพิ่งปรากฏ แอบคบลับหลังเขามาหลายเดือนแล้ว

          การที่ถูกคนรักที่คบหากันมาร่วม 10 ปี ทอดทิ้งไปเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนถึงวันแต่งงาน ก็นับเป็นเรื่องราวที่สร้างความช้ำใจให้พอสมควรแล้ว แต่การที่ได้รู้ความจริงว่าเธอทิ้งเขาไปเพราะชอบเพศเดียวกัน แถมยังแอบสวมเขาสานสัมพันธ์ลับหลังเขามานาน ยิ่งทำให้ อดัม วิคเตอร์ หนุ่มชาวอังกฤษวัย 24 ปี มีอันต้องใจสลายอย่างถึงที่สุด

  
       โดยรายงานจากเว็บไซต์เมโทร เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2560 เปิดเผยว่า อดัม วิคเตอร์ ได้พบรักกับ ลอร่า โอ คอลลาแกน เด็กสาวผู้แสนน่ารัก ตั้งแต่ตอนที่ทั้งคู่เรียนในโรงเรียนเดียวกัน เมื่อปี 2550 ทั้งคู่สานความสัมพันธ์ คบหาดูใจ ไปงานพรอมด้วยกัน ใช้เวลาสนุก ๆ ในวันหยุดด้วยกัน ทั้งยังวางแผนอนาคตด้วยกันมาเนิ่นนาน รวมถึงได้เลือกชื่อสำหรับลูก ๆ ของพวกเขาด้วยกันแล้ว

  
         จนกระทั่งเมื่อรักสุกงอม ในเดือนมิถุนายน 2556 อดัมก็ตัดสินใจขอเธอแต่งงาน และย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ด้วยกันในบ้านหลังแรกของทั้งคู่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2559 และมีแผนที่จะเข้าพิธีแต่งงานกันในวันที่ 30 กรกฎาคม 2559

          เพื่อให้งานแต่งงานออกมาสมบูรณ์ที่สุดราวภาพในฝัน ทั้งคู่ใช้เวลานานหลายเดือนในการเตรียมงาน ทั้งจัดหาสถานที่จัดงาน เช่ารถสำหรับรับเจ้าสาว ร่อนการ์ดเชิญไปทั่ว จ้างช่างภาพสำหรับงานแต่งงาน รวมถึงจองทริปสำหรับมาฮันนีมูนที่ประเทศไทยไว้แล้ว คิดเป็นค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นกว่า 25,000 ปอนด์ (ราว 1 ล้านบาท) โดยไม่คาดคิดว่าทุกอย่างจะสูญเปล่า

          อดัม เผยว่า ในช่วงเวลาของการเตรียมงานแต่งงานนั้น พวกเขามีปากเสียงกันบ่อยครั้งมาก บางครั้งเธอก็ดูใจลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว และในที่สุดเธอก็ทิ้งเขาไป เพียง 6 สัปดาห์ก่อนถึงวันแต่งงานของพวกเขา สร้างความชอกช้ำใจอย่างหนักให้แก่เขา จนถึงขั้นที่คิดจะหนีไปพักรักษาใจที่อื่น ซึ่งในตอนนั้นเองที่เพื่อนของเขาคาบข่าวมาบอกว่า ลอร่าที่เพิ่งทิ้งเขาไปได้เริ่มต้นรักใหม่แล้ว กับหญิงสาวอีกคนหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ใครอื่น...แต่เป็น ซีเนด สาวที่เขาคิดว่าเป็นเพื่อนรักของเธอมาโดยตลอด

          การได้ทราบเช่นนั้นทำให้อดัมถึงกับช็อกหนัก และเมื่อเขานึกย้อนกลับไปก็ราวจะปะติดปะต่อเรื่องต่าง ๆ ได้มากขึ้น ลอร่า พบกับ ซีเนด ขณะที่ทั้งคู่เรียนต่อด้านพยาบาลด้วยกัน ที่ผ่านมาลอร่าก็มักจะเล่าเรื่องของสาวคนนี้ให้เขาฟังบ่อย ๆ แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไร พวกเขาเคยเจอกันแล้วด้วยซ้ำ ตอนนั้นลอร่าก็ดูสนุกสนานดี แต่เขาไม่ได้รู้เลยว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นลับหลังเขา

        เนื่องจากลอร่าได้บล็อกเฟซบุ๊กของเขาหลังเลิกกัน ทำให้เขาไม่ทราบเรื่องราวต่าง ๆ ของเธอจากนั้น แต่เพื่อนของเขาเองที่เป็นฝ่ายพบว่าลอร่าได้ส่งข้อความบอกทุกคน ว่างานแต่งยกเลิกแล้ว จากนั้นก็เปลี่ยนภาพต่าง ๆ ในเฟซบุ๊กของตัวเองเป็นภาพคู่กับซีเนด ทั้งยังโพสต์ภาพแม่กุญแจรูปหัวใจ ที่สลักชื่อของทั้งคู่ไว้อีกด้วย

          "ผมช็อกหนักมาก เราอยู่ด้วยกันมาเป็นสิบปี ผมไม่เคยสงสัยเลยว่าเธอเป็นเลสเบี้ยน ทุกสิ่งเหมือนพังครืน ผมใจสลาย ไม่คิดเลยว่าเธอจะโกหกกันแบบนี้ แม้ผมจะเสียใจที่ต้องสูญเงินเปล่า แต่ที่เสียใจที่สุดคือเรื่องของลอร่า" อดัม เผย พร้อมบอกอีกว่าหลังจากที่เห็นภาพคู่ของลอร่ากับหญิงคนนั้น เขาก็รู้สึกปั่นป่วนในท้อง และอดคิดไม่ได้ว่าตัวเองยังไม่ดีพอ เขาไม่เคยสงสัยเรื่องของเธอ เพราะเธอดูปกติดีและไม่เคยแสดงออกเลยว่าสนใจผู้หญิง

          อดัมยังเผยอีกว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ลอร่ายังได้โพสต์ข้อความฉลองวันครบรอบ 1 ปีที่คบกัน นั่นหมายถึงเขาถูกสวมเขามานานถึง 4 เดือน ก่อนที่เธอจะทิ้งเขาไป นอกจากนี้เขายังถูกทิ้งให้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายของงานแต่งงานเพียงฝ่ายเดียว เขาถึงกับต้องขายรถในอีเบย์เพื่อแลกกับเงินมาใช้หนี้ และยังคงมีค่าใช้จ่ายที่เหลือที่ต้องชำระ

          ทั้งนี้อดัมได้เจอกับคนใหม่แล้วในตอนนี้ สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นทำให้เขาใจสลายก็จริง แต่มาถึงจุดนี้เขารู้สึกโกรธยิ่งกว่า เพราะมันเป็นการทรยศกันครั้งใหญ่ ในขณะที่ฝ่ายลอร่าเองก็ยอมรับว่าทิ้งอีกฝ่ายไปมีคนใหม่จริง แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ทิ้งเขาไว้กับหนี้สินใด ๆ

ภาพจาก เฟซบุ๊ก laura.ocallaghan
https://hilight.kapook.com/view/151786

Saturday, April 8, 2017

อังกฤษแข่งประกวดหอพักสุดโสโครก ใครเน่าสุดชนะ ได้ปรับปรุงห้องฟรี ๆ




      แบบนี้ก็ได้เหรอ เว็บไซต์ตกแต่งบ้านจัดประกวดหอพักสุดเน่า ชิงรางวัลตกแต่งห้องใหม่พร้อมเงิน กติกาสุดง่าย  ห้องใครสกปรกโสโครกสุดชนะไป งานนี้นักศึกษาส่งภาพร่วมประกวดเพียบ

       สำหรับนิสิตนักศึกษาที่ต้องอาศัยอยู่หอพักนั้น การที่ห้องรกนับว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา เพราะนอกจากต้องโหมเรียนหนัก กิจกรรมก็มากมาย ไหนจะต้องอ่านหนังสือสอบ เชื่อว่าหลายคนคงเคยหมักห้องไว้จนรกด้วยเหตุผลประการทั้งปวง ตั้งแต่เหนื่อยไปจนถึงขี้เกียจ เว็บไซต์ Web-Blinds.com เข้าใจปัญหานี้เป็นอย่างดี พวกเขาจึงเสนอแคมเปญสุดเจ๋ง ประกวดแข่งขันหอพักสุดเน่า !


           จากการรายงานของเว็บไซต์เมโทร เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2560 ระบุว่า  Web-Blind คือบริษัทรับตกแต่งบ้านสุดครีเอทจากประเทศอังกฤษ ซึ่งทีมงานของบริษัทเข้าใจดีว่าชีวิตนิสิตนักศึกษามันยาก หอพักใคร ๆ ที่ไหนก็รกทั้งนั้น แต่จะรกทั้งทีก็เอาให้สุด ๆ ไปเลย พวกเราพร้อมช่วยเหลือ

  
        "เราเข้าใจดีว่าหอพักเป็นที่ที่รกแบบสุด ๆ แต่เชื่อเถอะว่าพวกคุณเน่าได้มากกว่านั้น มองไปรอบ ๆ แล้วในห้องมีแต่ขยะใช่ไหม ถังขยะที่ล้นทะลัก ตะกร้าที่ยังไม่ได้ซัก กองจานชามแสนน่ารังเกียจที่ยังไม่ล้าง ส่งรูปมาแข่งขันกับเรา ผู้ชนะจะได้เงินรางวัล 500 ปอนด์ ไปเลย" นี่คือคำโฆษณาที่ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ 

 
       กติกาในการร่วมแข่งขันไม่ใช่เรื่องยาก โดยเว็บไซต์เปิดรับสมัครผู้แข่งขันเฉพาะนิสิตนักศึกษาเท่านั้น ผู้ชนะจะได้รับการทำความสะอาดห้องแบบยกเครื่อง พร้อมปรับปรุงห้อง บ้าน หรือพอพักของพวกเขาให้โฉมใหม่ไฉไลสุด ๆ และยังได้เงินรางวัลอีก 500 ปอนด์ (ราว 21,000 บาท) ตอนนี้มีนักศึกษาส่งรูปเข้ามาร่วมแข่งขันกันเพียบ คาดว่ากรรมการคงต้องคิดหนัก เพราะแต่ละห้องนั้นจัดว่าโสโครกแบบไม่น้อยหน้ากันเลยทีเดียว 

 
       การแข่งขันจะหมดเขตเร็ว ๆ นี้ โดยทางเว็บไซต์จะประกาศรางวัลห้องที่สกปกปรกโสโครกที่สุดให้ได้รู้กันในสัปดาห์หน้า




  
ภาพจาก web-blinds.com
https://hilight.kapook.com/view/151540

Thursday, April 6, 2017

ชายหัวใจวาย-หมดสติข้างถนน ใครจะเชื่อว่าเขารอดชีวิต เพราะเด็กชาย 6 ขวบ




         เด็กชาย 6 ขวบ กลายเป็นฮีโร่ หลังช่วยชีวิตชายหมดสติเพราะหัวใจวาย หากไม่ได้ความช่างสังเกตของเด็กคนนี้ ทุกอย่างอาจสายเกินแก้

          บ่อยครั้งที่ผู้ใหญ่มักจะคิดว่าคำพูดของเด็กนั้นเป็นเพียงเรื่องจินตนาการ ทำให้เราเลือกจะมองผ่านหรือไม่ค่อยให้ความสำคัญกับมันเท่าไรนัก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปนี้อาจทำให้หลายคนต้องต้องคิดทบทวนดูใหม่ เพราะบางครั้งคำพูดของพวกเขาอาจมีความสำคัญมากกว่าที่คิด


            โดยจากรายงานของเว็บไซต์ indy100.com เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2560 เผยว่า เด็กชายคาร์เตอร์ โทรป วัย 6 ขวบ ได้กลายมาเป็นฮีโร่ตัวน้อย ภายหลังจากที่ความช่างสังเกตของเขาได้ช่วยชีวิตของคน ๆ หนึ่งอย่างคาดไม่ถึง ซึ่งเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นขณะที่คุณยายของเขาขับรถมารับที่โรงเรียนซึ่งอยู่ในเมืองแฟลงกลิน รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐฯ แต่ในวันนั้นคุณยายกลับเลี้ยวรถผิดทางทำให้ขับรถผ่านหน้าบริษัทแห่งหนึ่งโดยบังเอิญ

          ในตอนนั้นเองที่ คาร์เตอร์ สังเกตเห็นชายคนหนึ่งนอนแผ่อยู่กลางทางเท้า ใกล้ ๆ กับรถบรรทุก จึงรีบตะโกนบอกยายของเขาให้จอดรถไปช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม คาโรลีน คุ้ก ผู้เป็นยายคิดว่าหลานชายของเธอคงจะคิดจินตนาการไปเอง จึงเลือกที่จะมองผ่านไป
 
          แต่คาร์เตอร์ไม่ปล่อยให้เรื่องต่าง ๆ ผ่านไปง่าย ๆ เขายังร้องตะโกนว่า "ไม่ ! ยายต้องจอด เขากำลังเจ็บ ยายต้องกลับไป" ด้วยเหตุนี้เพื่อพิสูจน์ให้เด็กน้อยเห็นว่าเขาแค่คิดไปเอง คาโรลีนจึงยอมกลับรถไปยังลานจอดรถของบริษัทดังกล่าว ในตอนนั้นเองที่เธอสังเกตเห็นขาคู่หนึ่งยื่นออกมาจากหลังรถบรรทุก มีคนนอนสลบอยู่ตรงนั้นจริง ๆ !!

          โดยไม่รอช้า คาโรลีนรีบจอดรถแล้วลงไปดูอาการชายคนดังกล่าว และรีบโทร. เรียกรถพยาบาลให้มารับตัวเขา ซึ่งในระหว่างนั้นยังมีพลเมืองดีที่ผ่านมาพบเข้าพยายามทำซีพีอาร์ช่วยชายคนนี้ จนกระทั่งรถพยาบาลมารับตัวเขาไปในที่สุด

          เหตุการณ์ผ่านไปร่วมสัปดาห์โดยที่เธอและหลานไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับชายแปลกหน้าคนนั้น คาโรลีนจึงเพิ่งได้รับการติดต่อจากครอบครัวของชายคนดังกล่าว ที่ฝากคำขอบคุณมาถึงเธอและคาร์เตอร์ในความช่วยเหลือครั้งนี้ พร้อมเผยว่าชายคนนั้นหมดสติไปเพราะหัวใจวาย และเขาอาจไม่รอดชีวิตแล้วหากไม่ได้รับความช่วยเหลือที่รวดเร็วจากพวกเธอ

          "ฉันยังร้องไห้ และได้แต่ขอบคุณพระเจ้าที่พาฉันไปยังที่ตรงนั้น" คาโรลีน เผย พร้อมบอกอีกว่าในตอนนั้นคาร์เตอร์ได้กลายมาเป็นเหมือนเทวดาตัวน้อยสำหรับครอบครัวนั้นไปแล้ว และแน่นอนว่าสำหรับเธอด้วยเช่นกัน

https://hilight.kapook.com/view/151510